เที่ยวรอบโลก เอสวาตีนีประวัติเป็นอย่างไร?

เที่ยวรอบโลก ประเทศนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ ของทวีปแอฟริกา มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรเอสวาดินี และยังคงรู้จักกันในชื่อที่ดั่งเดิมอย่าง สวาชีแลนด์ เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตติดกับประเทศ โมซัมบิก ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนทางเหนือ และตกวันตกติดต่อกับประเทศอื่นๆในแอฟริกาใต้นั้นเอง เอสวาตีนีเป็นประเทศขนาดเล็กที่สุด

ในทวีปแอฟริกา ประชากรของประเทศนี้ที่ถือเป็นกลุ่มชาติหลักคือ ชาวสวาชี ( Siswati ) อาณาจักรของชาวสวาชี เริ่มต้นขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 18 ภายใต้การนำของ พระเจ้าอึงกวาเนที่ 3 ชื่อประเทศและกลุ่มชาติพันธุ์นั้น

มาจากชื่อของประมุขอย่าง พระเจ้าอึงกวาเนที่ 2 ในช่วงเวลานั้นเอง ได้ทรงขยายดินแดนออกไป จนสามารถรวบรวมได้จนเป็นปึกแผ่น และได้รับการกำหนดเขตแดนจาก ยุคที่อาณานิคมอังกฤษเข้าปกครอง

และกำหนดเส้นแบ่งเขตแดนให้ ในช่วง ค.ศ. 1881 ราชอาณาจักรเอสวาดินี ได้ถูกอังกฤษปกครองยาวนาน จนถึงปี ค.ศ. 1903 และได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1968 เหตุที่ชาวอังกฤษ

รวมถึงประเทศมหาอำนาจต่างๆ อยากได้เอสวาตีนีไปปกครองนั้น ก็เพราะมีการขุดพบเจอทองคำ เมื่อปี ค.ศ. 1879 จึงทำให้คนยุโรปจากแผ่นดินใหญ่ ต่างเดินทางมาแสวงโชค โดยกลุ่มแรกที่เข้ามานั้น

คือชาวดัตซ์ที่มีความชำนาญ ทางด้านการค้าในแถบแอฟริกาใต้ จึงทำให้ดัตซ์ต้องทำสงครามกับเอสวิตีนี เพื่อทำการยึดครองดินแดนนี้ จนกระทั่งต่อมาผู้คนชาวอังกฤษ ได้อพยพเข้ามาเพิ่ม

และเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างชาวอังกฤษและดัตซ์ จึงเกิดสงครามแย่งชิงดินแดนกันเกิดขึ้น แต่สุดท้ายแล้วอังกฤษก็เป็นผู้ได้ชัยมานั้นมา จากการที่อังกฤษเข้ามาปกครอง ได้วางรากฐานการปกครองของประเทศนี้ใหม่

ด้วยระบอบประชาธิปไตบแบบประเทศตะวันตก โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด พระมหากษัตริย์เป็นเพียงแค่ประมุข ไม่ได้มีอำนาจใดๆนั้นเอง แต่พอมาในปี ค.ศ. 1973 – 1977 สมเด็จพระราชาธิบดีซอบูชาที่ 2 แห่งราชวงค์ตลามินี ได้ทรงเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ เพิ่มอำนาจของกษัตริย์มากขึ้น และห้ามจัดตั้งพรรคการเมืองนั้นเอง

เที่ยวรอบโลก

เที่ยวรอบโลก เอสวาตีนี มี การปกครองอย่างไรในช่วงศตวรรษที่ 20 

ก่อนการสวรรคตของพระเจ้าซอบูซาที่ 2 ในปี ค.ศ.1982 โปรดเกล้าแต่งตั้งให้ พระมเหสีเจลิเว ( Queen Dzeliwe ) เป็นผู้แทนสำเร็จราชการ องค์เจ้าชายมาคอเซตีเว ( Prince Makhosentive ) ซึ่งประสูติแต่พระสนมอินดอมบี ( Ntombi ) จะบรรลุนิติภาวะพระชันษา 21 ปีบริบูรณ์ แต่หนึ่งปีต่อมาพระสนมอึนตอมบีได้ยึดอำนาจ พระมเหสี 

หลังจากนั้นอีกสามปี เจ้าชายมาคอเซดีเวที่มีพระชันษา 18 ปี ได้เสด็จขึ้นครอชราชย์ สถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าอิมสวาตีที่ 3 ( Mswatt III ) แต่ก็ปกครองอาณาจักร รวมกับพระมารดาจนกลายเป็นสัญลักษณ์

ของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ปกครองคู่กัน จนถึงปัจจุบันนั้นเอง ทำให้ปัจจุบันนี้พระราชอำนาจ ของพระมหากษัตริย์มีมากขึ้น และพาอำนาจให้กลับคืนสู่ ระบบราชาธิปไตย ที่มีอำนาจคุ้มทั้งระบบศาล และทหาร

ในส่วนของที่ดินทำกินของคนในประเทศ ผู้ปกครองอย่างพระมหากษัตริย์ ได้แบ่งที่ดินสำหรับเอาไว้ทำกิน แต่อำนาจเหล่านี้จะต้องถูกต้อง ตามกฎหมายและเห็นชอบจาก กษัตริย์ร่วมกับพระมารดานั้นเอง

ทำให้ทรัพสินทุกอย่างภายในประเทศนั้น ล้วนจะต้องขออนุญาติ จากพระมหากษัตริย์ ผู้ปกครองประเทศมาตั้งแต่ดั่งเดิม ด้วยประชาชนในประเทศ ต่างคุ้นเคยกับการปกครองแบบนี้ จึงทำให้ไม่ชินกับระบอบใหม่ อย่างประชาธิปไตยที่อังกฤษได้มอบให้ จนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอำนาจ จากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ และค่านิยมของคนในประทศนั้นเอง

เที่ยวรอบโลก

เที่ยวรอบโลก เอสวาตีนี สถานที่ท่องเที่ยว เป็นอย่างไร?

เอสวาดินีเป็นประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ในแบบแอฟริกาที่มีประวัติศาสตร์ ทางวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน รวมถึงความเป็นมาของประเทศนี้อีกด้วย ที่ผ่านเรื่องราวมากมาย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มี สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยว รักการผจญภัยในแบบซาฟารีนั้นเอง สถานที่แรกคือ Milwane Wildlife Sanctury

เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ตั้งอยู่ในหุบเขา Ezulwini ทางตอนกลางของประเทศ มีภูเขา Nyonyane ตั้งอยู่ล้อมรอบเขตรักษาสัตว์ป่าแห่งนี้ ที่รวบรวมสัตว์ต่างๆที่ใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงระบบนิเวศของทุ่งหญ้าแห่งนี้ที่มีความอุดมสมบูรณ์

และยังมีหมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมือง อันเป็นสถานที่จัดแสดงให้ชม รากเง้าของวัฒนธรรมของชาวสวาชี ที่มีมาแต่ดั่งเดิมนั้นเอง ด้วยรูปแบบบ้านที่เป็นกระโจม มัดกันด้วยฟางจำนวนมาก รวมกันเป็นกระโจมสำหรับพักพิง

ซึ่งนับว่าเป็นอารยธรรมแรกๆ ของมนุษย์ที่เรียนรู้การตั้งรกรากเลยทีเดียว ซึ่งในแถบแอฟริกานี้เองที่มีอารยธรรม เก่าแก่ส่งผ่านมาตั้งแต่ ยุคก่อกำเนิดมนุษย์เลยทีเดียว ที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการท่องเที่ยวประเทศนี้เลยทีเดียว

สถานที่ต่อไปคือ ตลาด Swazi , Mbabane ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของประเทศ อยู่ตรงทางตอนใต้ของถนน Alister Miller Street ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งหลักของที่นี้ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสินค้ามากมาย ที่มาจากคนท้องถิ่นจริงๆ

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดินเผา ตะกร้าสานทำมือ ผ้าแบบดั่งเดิม และเครื่องประดับต่างๆ ซึ่งมีร้านค้ามากมายที่ให้เราได้เลือกช้อป และนำกลับไปเป็นของฝาก ให้กับใครหลายๆคนนั้นเอง รวมถึงงานช่างฝีมือของที่นี้ นับว่าไม่ธรรมดากับงานแกะสลัก

สำหรับใครที่ชื่นชอบการสะสม ตลาดแห่งนี้จะทำให้คุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เราไปกันต่อที่ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Malolotja และเขตธรรมชาติ Phophonyane Fall อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของสวาซิแลนด์

พื้นที่แห่งนี้มีทั้งหมด 18,000 เอเคอร์ นับว่าเป็นเขตคุ้มครองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่นี้มีสายน้ำสำคัญที่ไหล ไปเป็นน้ำตกธรรมชาติที่หล่อเลี้ยง สัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่ในเขตอนุรักษ์แห่งนี้ ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

นั้นคือ น้ำตก Mololotja อีกทั้งยังเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าและดอกไม้ป่า ที่สร้างความร่มรื่นให้กับ ผู้ที่ได้มาพบเห็นนั้นเอง สถานที่นี้จึงเป็นอีกไฮไลท์หนึ่ง ของการท่องเที่ยวชมธรรมชาตินั้นเอง สถานที่สุดท้ายคือ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ

เป็นที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ ของประเทศแห่งนี้รวมถึงเผยแพร่ อารยธรรมของพวกเขาที่มีมาอย่างยาวนาน รวมทั้งเก็บรวบรวมวัตถุทางประวัติศาสตร์ เข้าไว้ในที่เดียวกันและบอกเล่าเรื่องราว ของที่มาที่ไปของแต่ละยุคสมัย

ที่มีการค้นพบนั้นเอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Lobamba ที่นี้มีการจัดแสดงสัตว์ป่า หมู่บ้านจำลองของชาวสวาชี ที่มีลักษณะเป็นกระท่อมนั้นเอง นับว่าเป็นสถานที่รวบรวม ประวัติบอกเล่าเรื่องราว ของความเป็นชาติเอสวาดินีนั้นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวของเอสวาตีนี ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่ทำให้คุณรู้สึกสนุกไปกับการผจญภัย ในโลกของซาฟารีในแบบแอฟริกานั้นเอง

ปัจจุบันเอสวาตีนีเป็นอย่างไร?

ด้วยเป็นประเทศที่ค้นพบทองคำ จึงทำให้ประเทศเล็กๆแห่งนี้ มีความมั่งคั่งเป็นอย่างมากทางเศรษฐกิจ ในช่วงยุคของอาณานิคมนั้นเอง ที่       เอสวาตีนีตกเป็นของอังกฤษ จึงทำให้ผลประโยชน์ของทองคำ

ต้องเป็นของต่างชาติที่ไม่ใช่ของตนเอง จนกระทั่งได้รับอิสระภาพ ผลประโยชน์ อันมากมาย ที่อังกฤษได้วางโครงสร้างเอาไว้ให้ ได้ส่งต่อให้กับประเทศนี้ ที่เป็นผู้ส่งออกทองคำอันดับใหญ่ ติดท็อปของโลกด้วยนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีการท่องเที่ยว ที่คอยดึงดูดประเทศเล็กๆแห่งนี้ ให้นักท่องเที่ยวจากทุกที่ ได้เดินทางมาสัมผัสกับ ความเป็นซาฟารีในแบบเอสวาตีนีนั้นเอง 

สรุปการท่องเที่ยวเอาวาตีนีเป็นอย่างไร?

เป็นประเทศที่อุดมไปด้วยธรรมชาติมากมาย และเขตพันธุ์รักษาสัตว์ต่างๆ ได้รับการคุ้มครองเนื่องจาก การใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์ที่มีจำนวนน้อยลง จากการล่าในอดีตที่เป็นกิจกรรม ของผู้ปกครองและผู้มีอิทธิพลนั้นเอง ปัจจุบันเอสวาตีนีมีพิ้นที่เขตอนุรักษ์ มากกว่าเขตพื้นที่อยู่อาศัยของจำนวนประชากรเสียอีก เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญ ของธรรมชาติที่พวกเขา

อาศัยร่วมกันมาหลายพันปี ในดินแดนแถบนี้ที่ส่งต่ออารยธรรม กันมาอย่างยาวนานนั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติ ในแบบซาฟารีแล้วละก็ เอสวาตีนีนั้นเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ของการผจญภัยที่ฝากประสบการณ์ดีๆ ไว้ให้คุณนั้นเอง จึงทำให้มองว่า เอสวาตีนี เป็นประเทศขนาดเล็กที่มี ทองคำเป็นสมบัติของชาติ ที่สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ รวมถึงมีสถานที่างธรรมชาติ ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ รวมทั้งให้ความรู้สึกถึงการ มาท่องเที่ยวในรูปแบบซาฟารี ที่ให้ความรู้สึกที่ดีกลับไปนั้นเอง

เที่ยวจีนที่ไหนดี

อีสปอร์ตน่าเล่น