เที่ยวยุโรปตะวันออก แอลเบเนียประวัติ เป็นอย่างไร?

เที่ยวยุโรปตะวันออก แอลเบเนียเป็นประเทศที่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศ มอนเตเนโกรทางทิศเหนือ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับ เซอร์เบีย ทางทิศตะวันออกติดกับ มาซิโดเนีย และทางใต้ติดกับกับกรีชนั้นเอง แอบเบเนียในอดีตนั้น เป็นเพียงแค่รัฐๆหนึ่งเล็กๆที่ปกครองตนเอง จนกระทั่งการมาถึงของชาวเติร์ก

ที่ได้เข้ามายึดดินแดนในแถบนี้ เมื่อปี ค.ศ. 1443 แต่ก็ได้รับการต่อต้าน จากผู้คนที่ไม่พอใจในแอลเบเนีย จนเกิดเป็นการปลดแอคอยู่บ่อยครั้ง เหมือนอย่างในเหตุการณ์ที่นาย Skanderbeg วีรบุรุษชาวแอเบเนีย

ที่กล้าลุกขึ้นยืนต่อต้านจักรวรรดิออตโตมัน ในการลุกหือของชาวแอลเบเนีย ทำให้เกิดการปะทะกับ จักรวรรดิออตโตมันที่ต้องการ รวบรวมดินแดนในยุโรป กลาง ภายใต้การนำของสุลต่าน Murad II (เมห๋เหม็ดที่ 2 ) Skanderbeg

ได้สร้างความเป็นปึกแผ่น ให้กับดินแดนแห่งนี้ในการตั้งรับ กับพวกออตโตมัน โดยการชักจูงขุนนางต่างๆ ให้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ในการต่อการกับศัตรูที่เรียกว่า ทำเอาชาวคริสต์ในยุโรปต่างวิตกกังวลเลยทีเดียว เพราะด้วยความยิ่งใหญ่ของ

จักรวรรดิออตโดมัน ที่เพิ่งทำลายศูนย์กลางอำนาจ ที่ยิ่งใหญ่ของชาวคริสต์ลงได้อย่าง คอนแสตนตินติโนเปิล อันเป็นเมืองศูนย์กลางทางอำนาจ ของชาวคริสต์ในอดีตนั้นเอง แต่พอหลังจากที่คอนแสตนตินได้ถูกยึดครองไป

ทำให้เหล่าอาณาจักรต่างๆในยุโรป ต่างพากันวิตกศัตรูใหม่ของยุโรป ที่มีความแข็งแกร่งและน่ากลัวอย่างมาก หลังจากที่ Skanderbeg เขาได้รวบรวมผู้คนได้สำเร็จ และได้ขึ้นเป็นผู้ปกครองแอลเบเนีย จากนั้นได้พยายามสร้างพันธมิตรในยุโรป

เพื่อต่อกรกับจักรวรรดิออตโตมัน แต่แผนการก็ต้องล้มเหลว เพราะด้วยอาณาจักรในยุโรป ต่างมีปัญหากันอยู่แล้วในบ้างพื้นที่ และด้วยความพยายามของเขานั้น ได้ต่อต้านจักรวรรดิออตโตมัน เพื่อไม่ให้อิทธิพลของ ออตโตมัน

ได้แผ่ขยายไปยังดินแดนอื่นๆในยุโรป และอิตาลี ซึ่งเป็นศูนย์กลางของยุโรปในเวลานั้นอีกด้วย จึงทำให้เขาได้รับการยกย่อง จากทั่วทั้งยุโรป รวมถึงสมเด็จพระสันตะปาปา ได้ร่วมแสดงความยินดีและช่วยเหลือ ทางด้านการทหารและเงิน สำหรับการต่อต้านจักรวรรดิออตโตมัน จนกระทั่งประเทศแห่งนี้ ได้รับเอกราชมาอย่างยาวนาน จนมาถึงปัจจุบันนั้นเอง

เที่ยวยุโรปตะวันออกเที่ยวยุโรปตะวันออก แอลเบเนียมีการปกครองแบบใด

หลังจากที่ประเทศได้เข้าสู่ช่วง สงครามโลกครั้งที่ 1 และได้ทำการปลดแอก จากจักรวรรดิออตโตมัน จนสามารถตั้งตัวเป็นอิสระได้ จากกลุ่มชาตินิยมภายในประเทศ ที่ต้องการความเป็นเอกราชนั้นเอง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จักรวรรดิออตโตมันได้ล่มสลาย อีกทั้งยังนำมาซึ่งความขัดแย้งใหม่ ภายในประเทศที่เกี่ยวกับการเมือง และสงครามครั้งใหม่ก็กำลังจะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

แอลเบเนียตั้งใจที่จะสานพันธมิตร กับประเทศอิตาลี แต่ทว่าสุดท้ายแล้วแอลเบเนีย ก็ได้ถูกอิตาลียึดครองในที่สุด และยังต้องส่งทหารไปช่วยอิตาลีรบ ในช่วงที่อิตาลีเองเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ ฟาสซิสต์แบบ เบนิโต มุสโสเลนี

จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 จบละ ทำให้โลกเริ่มเข้าสู่สงครามเย็น แอลเบเนียจึงเป็นผลผลิตจาก อิตาลีที่ได้เข้ามาปกครอง ทำให้ในเวลานั้นเองพรรคคอมมิวนิสต์แอลเบเนีย ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง

และได้เข้าไปปฎิรูปการเมืองและภายในประเทศ จนกระทั่งสหภาพโซเวียตล้มสลาย ทำให้โดมิโนแห่งความเป็นคอมมิวนิสต์ ต้องจบลงไปด้วยในภายหลัง และทำใหประเทศนี้ต้องเปลี่ยนระบอบอีกครั้ง เป็นประประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

โดยภายใต้การนำของประธานาธิบดีนั้นเอง ทำให้ระบบเศรษฐกิจทาง การค้า มีความเสรีอย่างมาก รวมทั้งการเริ่มก่อสร้างประเทศแอลเบเนีย เริ่มต้นในจุดนี้ตั้งแต่ได้เปลี่ยนระบอบนั้นเอง จึงทำให้ทุกวันนี้แอลเบเนีย ได้กลายเป็นประเทศ ที่มีเสถียรภาพในการพัฒนา หลังจากที่อยู่ภายใต้การปกครอง จากรัฐอื่นๆมาอย่างยาวนานนั้นเอง

แอลเบเนียสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างไร?

เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยว อันแสนโรแมนติกและดูสงบ ด้วยการเป็นประเทศที่เกิดใหม่ จึงทำให้ใครหลายคนอาจจะ ยังไม่รู้จักประเทศนี้ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน กว่าหลายร้อยปีเลยทีเดียว รวมทั้งธรรมชาติที่สวยงาม เกิดขึ้นในใจกลางประเทศ อันเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ ที่ชาวแอลเบเนีย ใช้ชีวิตร่วมกันมาอย่างยาวนานนั้นเอง สถานที่แรกนั้นคือ Apollonia

เป็นสถานที่ท่องประวัติศาสตร์ บ่งบอกถึงความเจริญของที่นี้ ในยุคอารยธรรมโรมันนั้นเอง ก่อนที่จะถูกรุกรานและทำลายไป จนหลงเหลือเพียงเศษซาก ทางประวัติศาสตร์ให้เราได้ศึกษากัน สิ่งก่อสร้างที่หลงเหลืออยู่นั้น

มีอายุนับพันปีมีบันทึกเอาไว้ในช่วงศตวรรษที่ 4 เมืองแห่งนี้มีความเจริญทางการค้า และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ อีกแห่งหนึ่งของโรมันเลยทีเดียว หลังจากที่ถูกรุนรานและถูกทำลาย เวลาผ่านไปจนกระทั่งศตวรรษที่ 19

มีการขุดค้นพบสิ่งก่อสร้าง ซากปรักหักพัง ที่ถูกฝังเป็นเวลานับพันปีนั้นเอง ปัจุบันได้กลายเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากนั้นเอง สถานที่ต่อไปคือ The Blue Eye น้ำพุธรรมชาติแสนสวยงดงาม

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อ ของแอลเบเนียเลยทีเดียว เพราะด้วยความใสสะอาดของน้ำที่ผุด ขึ้นมาจากหลุมใต้ความลึกกว่า 50 เมตร เหตุผลที่ชื่อ Blue Eye ก็เพราะว่าลักษณะของธารน้ำนี้ ดูเหมือนคล้ายดวงตา

หากมองจากมุมสูงนั้นเอง น้ำสีฟ้าดูเหมือนกับม่านตา และล้อมรอบน้ำใสรวมแล้วคล้ายกับดวงตานั้นเอง ที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยมีภาษาท้องถิ่นเรียกที่นี้ว่า Syri i Kalter เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เหมาะแก่การมาพักผ่อนอย่างมาก เพราะแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ของป่าไม้และสายน้ำแห่งนี้ ที่ความเย็นช่ำสร้างความร่มรื่นให้กับ พื้นที่แห่งนี้นั้นเอง

เราไปกันต่อที่ Saranda เป็นเมืองตากอากาศริมทะเล ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งของแอลเบเนีย ในอดีตเคยเป็นหมุ่บ้านชาวประมงเล็กๆ ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตากอากาศอันเป็นที่ยอดนิยม ด้วยด้านหน้าเป็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ทำให้เราได้เห็นเกาะต่างๆ และท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ในยามค่ำคืนเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วย สถานบันเทิงตลอดทั้งคืน ทำให้เมืองแห่งนี้ไม่เคยหลับใหลนั้นเอง ชายหาดที่ขึ้นชื่อของที่นี้คือ Pasqyra Beach ( Mirror Beach ) , Pulebarha Beach และ Monastery Beach นอกจากนี้ยังมีปราสาทหินขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนเนินเขาเมืองแห่งนี้ด้วย นับว่าเป็นเมืองพักตากอากาศ

ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน และอาบแดดในช่วงวันหยุด  สถานที่สุดท้ายคือ เมือง Berat เบรัตเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ ยังคงรักษาสถาปัตยกรรม ที่เป็นมรดกจากยุคออตโตมัน จนได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีโบสถ์เก่าแก่ ตั้งแต่ยุคสมัยไบเซนไทน์จำนวนมาก ทำให้เมืองแห่งนี้ดูมีความคลาสสิคมากเลยทีเดียว เมืองแห่งนี้ยังตั้งใกล้กับแม่น้ำโอซูมิ ( Osumi River ) ที่เป็นสายน้ำหลักที่ล่อเลี้ยงเมือง มาอย่างยาวนาน จุดเด่นของเมืองนี้

ได้พาเราไปเรียนรู้วัฒนธรรม ของทั้งสองอารยธรรมในอดีตระหว่าง ออตโตมันและไบเซนไทน์ ที่มีช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้มีอำนาจปกครองผลัดเปลี่ยน ทำให้ที่แห่งนี้มีความน่าสนใจ ในทางวัฒนธรรมเลยทีเดียว

เมืองแห่งนี้ยังมีที่ตั้งของ ปราสาทเบรัต ( Berat Castle ) อันเป็นปราสาทเก่าแก่ของผู้ปกครองเมืองนี้ และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ อย่างหนึ่งของเมืองนี้อีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวของ แอลเบเนียไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมาก ที่น่าสนใจและทำให้คุณต้องประทับใจ ไปกับบรรยากาศการท่องเที่ยว ของประเทศเล็กๆแห่งนี้ที่มีความงดงามเกินขนาดประเทศนั้นเอง

เที่ยวยุโรปตะวันออก

ปัจจุบันแอลเบเนียเป็นอย่างไร?

แอลเบเนียนั้นหลังจากที่ได้ เปลี่ยนระบอบการปกครองใหม่ หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายนั้นเอง ประเทศต้องพบกับภาวะเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำและเข้าสู่ประเทศยากจน ด้วยการเข้าร่วมกับภาคี IMF ที่ได้รับความช่วยเหลือทางด้านการเงิน

เป็นเวลา 3 ปี แอลเบเนียได้รับอนุมัติวงเงิน 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และด้วยเศรษฐกิจการส่งออก ทางการเก๋ษตรเป็นหลัก จึงทำให้ค่อยๆฟื้นเศรษฐกิจภายในประเทศ อีกทั่งยังเร่งพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อเป็นส่วนช่วยในเรื่องเศรษฐกิจ ภายในประเทศให้ยั่งยืน

สรุปการท่องเที่ยวแอลเบเนียเป็นอย่างไร?

ถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ก็แฝงไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติมากมายและประวัติศาสตร์ ที่มีความเก่าแก่และน่าศึกษาอย่างมาก เป็นประเทศในแถบยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอารยธรรมโรมันหลงเหลือ รากวัฒนธรรมความเจริญในอดีต ที่เคยสร้างความยิ่งใหญ่ ให้กับภูมิภาคนี้นั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือศึกษาประวัติศาสตร์

จะต้องประทับใจกับประเทศนี้อย่างแน่นอน จึงทำให้มองว่า แอลเบเนีย เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน อีกทั้งอุดมไปด้วยธรรมชาติ ที่สวยงามและแสนวิเศษ ทำให้การท่องเที่ยวดูแสนโรแมนติกนั้นเอง นอกจากนี้ยังมอบความประทับใจ นักท่องเที่ยวมากมายที่เคยมาเยือน ประเทศเล็กๆแห่งนี้นั้นเอง หากใครที่มองหาทริป การพักผ่อน ในช่วงวันหยุดแล้วละก็ ประเทศแห่งนี้จะทำให้คุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

เที่ยวในยุโรป

เกมส์อีสปอร์ตสุดฮิต