เที่ยวซานมารีโน ประวัติเป็นอย่างไร?

เที่ยวซานมารีโน เป็นประเทศขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ยุโรปทางตอนใต้ บนเทือกเขาแอเพนไนน์ ล้อมรอบไปด้วยประเทศอิตาลี ที่ซึ่งมีพรมแดนใกล้กันนั้นเอง ประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 301 ช่างหินชาวคริสต์คนหนึ่ง มีนามว่า มารีนุส ได้ลี้ภัยจากการตามล่า ของศาสนาและได้ย้ายมาอยู่ยัง ที่ตั้งของประเทศนี้ จากนั้นในเวลาต่อมาเขาเอง ได้เป็นบาทหลวงในเวลาต่อมา หลังจากได้รับการยอมรับจาก ผู้คนในท้องถิ่น จนได้ที่มาของชื่อดินแดนนี้ว่า ซานมารีโน

แปลว่า นักบุญมารีนุส ตามภาษาอิตาลี และได้ถือเอาวันที่ 3 กันยายน ค.ศ 301 เป็นวันก่อตั้งประเทศแห่งนี้นั้นเอง ประเทศแห่งนี้เนื่องจากมีพรมแดน ที่ติดกับประเทศอิตาลี จึงทำให้ต้องประสบ กับการรวมชาติของอิตาลี แต่ก็ยังคงรักษาเอกราชของประเทศนี้ ต่อไปได้นั้นเอง

โดยที่ใครหลายคนที่ลี้ภัย จากสงครามการรวบรวมดินแดน ทำให้ประเทศนี้ได้รับเหล่า นักปฎิวัติที่ต้อง การรวบรวมดินแดนอิตาลีนั้นเอง ด้วยสภาพแวดล้อมของประเทศ ที่เป็นภูเขาและที่ราบสูง จึงเหมือนเป็นปราการธรรมชาติ ที่ปกป้องพวกเขามานับพันปี

และยังคงรักษาเอกราชได้จนถึงทุกวันนี้นั้นเอง หลังจากที่อิตาลีรวมชาติได้สำเร็จ ได้มีการทำสัญญาลงนาม กับซานมารีโนเพื่อเป็นการ ยอมรับในเอกราชของประเทศนี้นั้นเอง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซานมารีโน ได้ประกาศสงครามกับ ออสเตรีย – ฮังการี ในวันที่ 3 เมษายน    ค.ศ. 1915

เพื่อเป็นแรงสนับสนุน อิตาลี ที่ถูกออสเตรีย – ฮังการีบุก หลังสิ้นสุดยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้โลกได้เริ่มรู้จัก ประเทศเล็กๆแห่งนี้มากขึ้น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เอง ประเทศแห่งนี้ก็ยังรักษาเอกราชไว้ได้ ถึงแม้อิตาลีในตอนนั้นเอง จะเข้าสู่ยุคเผด็จการทางทหาร แต่ซานมารีโนก็รอดมาได้ และได้เข้าร่วมเป็นคณะมนตรียุโรป จากนั้นก็เข้าร่วมสหประชาชาติในปี ค.ศ. 1992 นั้นเอง

เที่ยวซานมารีโนเที่ยวซานมารีโน มี ความสำคัญอย่างไรกับอิตาลี

ประเทศทั้งสองนั้นถือว่า มีพรมแดนที่ติดกันและถือกำเนิด ของรัฐพร้อมๆกันในช่วงยุคกลาง ในอดีตนั้นยังไม่มีการขีดเส้นแบ่ง ประเทศที่ชัดเจนเหมิอนกับสมัยนี้ เป็นที่รู้จักกันดีของชาวยุโรปสมัยก่อน ที่ดินแดนแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่า เป็นดินแดนของชาวอิตาลีนั้นเอง ในช่วงยุคกลางเองเป็นช่วงที่ชาวยุโรป เริ่มรวมตัวกันเป็นรัฐต่างๆ และมีการทำสงครามแย่งชิง อาณาจักรต่างๆเรื่อยมา แต่ทว่าด้วยความยากลำบาก ของซานมารีโน ในการยึดครอง ทำให้อาณาจักรในยุคนั้น

เลือกที่จะไม่ยึดซานมารีโน เพราะเป็นการเปลื้องทรัพยากร ในการปิดล้อมหรือแม้กระทั่ง บุกยึดครองนั้นเอง พอมาในช่วงที่อิตาลีเริ่มเป็นรัฐที่ยิ่งใหญ่ รวมทั้งกลุ่มคนต่างๆในประเทศ ที่มีปัญหากันจนต้องลี้ภัย หรือหาที่ตั้งตัวในการทำการใหญ่ ซานมารีโนเอง

เหมือนเป็นพรมแดนอันใกล้ ของอิตาลีที่ใครหลายคน ที่เดินทางมาลี้ภัยยังที่นี้ หรือแม้กระทั่งเป็นจุดกำเนิด ของการรวมชาติอิตาลีเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ด้วยความใกล้กัน จึงได้รับวัฒนธรรมและมีการผสมผสาน จนเหมือนเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันเลยทีเดียว

ด้วยซานมารีโน ตั้งอยู่บนที่สูงจึงมีปัญหา ในเรื่องพื้นที่ทำกินการเพาะปลูก แต่ก็ได้อิตาลีที่ช่วยเหลือประเทศเล็กๆ แห่งนี้มาอย่างยาวนานและ อยู่คู่กันมาตั้งแต่ยุคกลางนั้นเอง จากการหลบหนีของช่างหิน จนก่อตั้งขึ้นมาเป็นประเทศแห่งนี้ จึงทำให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ อันยาวนานของประเทศเล็กๆ แห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรป อันเป็นแหล่งรวมอารยธรรมมากมาย ในยุโรปนั้นเอง

ซานมารีโนสถานที่ท่องเที่ยวมีอะไรบ้าง?

ซานมารีโน เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยว สวยงามทั้งด้านวัฒนธรรมหรือธรรมชาติ อีกทั้งยังมีสิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรมในอดีตที่เป็นมรดกของประเทศแห่งนี้ ที่มีเอกราชมาตั้งแต่ครั้งโบราณมานั้นเอง ด้วยพื้นที่กว่า 61.2 ตารางกิโลเมตร ทำให้ที่ตั้งของประเทศ มีพื้นที่จำกัดแต่ตั้งอยู่บนที่สูงและแวดล้อม ไปด้วยภูเขาสูงล้อมรอบนั้นเอง สถานที่แรกคือ ป้อมปราการ Guaita Cesta di Montale ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขาสูง Titano บนป้อมนั้นมีหอคอยสูง

สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบทิศ ทางด้านล่างเป็นที่ราบชายฝั่งริมินี และทะเลชายฝั่งดัลเมเซี่ยน ที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1253 โดยนาย Rocca Guaita เป็นผู้ริเริ่มสร้างที่แห่งนี้ ด้วยสไตล์การก่อสร้างแบบยุคกลาง ที่แข็งแกร่งทำจากหินทั้งสิ้น

ป้อมแห่งนี้ได้ป้องกันประเทศนี้ มาอย่างยาวนานด้วยที่ตั้ง และรูปแบบการก่อสร้างกำแพง ที่โอบอุ้มปราการแห่งนี้เอาไว้นั้นเอง ในอีกนัยหนึ่งจึงเหมือนเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ของประเทศแห่งนี้ที่ซึ่งดำรงเอาไว้ ในเอกราชที่มีมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันด้านในป้อมปราการ

ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในเยี่ยมชม ประวัติศาสตร์เรื่องราวในอดีต และวัตถุทางประวัติศาสตร์ มากมายที่ถูกเก็บรวบรวมเอาไว้ในที่แห่งนี้ สถานที่ต่อไปคือ Museo di Stato ( พิพิธภัณฑ์แหงชาติ ) เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่รวบรวม วัตถุทางประวัติศาสตร์ ของซานมารีโน ที่มีมาตั้งแต่โรมัน

ไบเซนไทน์ และ อียิปต์ มาตั้งแต่ครั้งโบราณแล้วนั้นเอง เพราะด้วยที่ตั้งของที่นี้นั้น อยู่ในอาณาเขตของโรมัน ตั้งแต่ครั้งก่อนยุคประวัติศาสตร์ มาแล้วนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีภาพวาดที่ถูกเก็บรวบรวม ในช่วงศตวรรษที่ 17 และเหรียญมารีโนโบราณกว่า 5,000 ชิ้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการ

มอบของเก็บสะสมจาก เศรษฐีชาวอิตาลีและนักการเมือง ที่มอบคอลเล็กชั่นส่วนตัว มาเก็บไว้ยังพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อีกด้วย จึงทำให้ที่แห่งนี้มีของหลากหลาย ให้เดินชมได้อย่างมากมาย ทำให้ที่แห่งนี้เป็นอีกไฮไลท์หนึ่งเลยทีเดียว เราไปกันต่อที่ มหาวิหารซานมาริโน เป็นมหาวิหารที่ถูกสร้างขึ้น ในศตวรรษที่ 19 บนรากฐานดั่งเดิมของ โบสถ์โรมาเนสก์ในช่วงศตวรรษที่ 4 ที่ หลังจากที่แห่งนี้ได้ถูกทิ้งร้างเอาไว้อันยาวนาน ภายในมีแท่นบูชา เทพเรียงกันตลอดทาง และรูปปั้นภาพวาดนักบุญต่างๆ

รวมถึงพระเยซูคริสต์อีกด้วย ที่แห่งนี้เก็บพระโกศของ Saint Marinus ภายใต้รูปปั้นแกะสลักของเขา นักบุญผู้นี้เป็นที่ศรัทธาของผู้คนที่นี้นั้นเอง สถานที่สุดท้ายนั้นคือ Palazzo Pubblico และ Piazza della Liberta ทั้งสองสถานที่นั้นตั้งอยู่ใกล้กัน โดยที่ Palazzo Pubbilco เป็นที่ตั้งของทำเนียบรัฐบาล ด้วยรูปแบบศิลปะ Neo – Gothic จุดเด่นของที่นี้คือ หอคอยสี่เหลี่ยม จตุรัส ออกแบบโดย Francesco Azzurri สร้างในช่วงศตวรรษที่ 18 สร้างด้วยหินที่ถูกขุดมาจาก เทือกเขา Titano

ที่แห่งนี้จึงดูมีเสน่ห์ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาเลยทีเดียว ส่วน Piazza della Liberta ที่สถานที่ดึงดูดผู้คนอย่างมาก สำหรับการมาท่องเที่ยวที่นี้ ด้วยลานจตุรัสแห่งนี้เหมือนเป็นที่ รวมตัวกันของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี้ มีร้านค้าต่างๆรวมถึงบรรยากาศ โดยรอบนั้นได้รับความเย็น

จากที่ตั้งบนเขาและป่าไม้ที่ปกคลุมที่แห่งนี้ ทำให้ลานแห่งนี้เป็นที่นิยม ของผู้คนในเมืองสำหรับ เป็นจุดนัดพบกันนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวของซานมารีโน ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมาก ที่ซ้อนอยู่ในประเทศเล็กๆแห่งนี้ ที่ทำให้การเดินทางของคุณ จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

เที่ยวซานมารีโน

ปัจจุบันซานมารีโนเป็นอย่างไร?

หลังจากที่ประเทศได้เข้าร่วมกับ สหภาพยุโรปหรืออียู ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้น ถึงแม้จะประเทศจะมีขนาดเล็ก และประชากรที่น้อยทำให้ยากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ทว่าได้รับความร่วมมือทางการค้า จากกฎร่วมกันในสหภาพยุโรป ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆมากมาย ให้กับประเทศขนาดเล็ก รวมทั้งยังดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะทั้งในยุโรปหรือจากที่อื่น ได้รู้จักประเทศแห่งนี้ ที่ถือว่าเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ไม่แพ้ประเทศอื่นๆในยุโรปเลยทีเดียว

สรุปการเดินทางท่องเที่ยวในซานมารีโนเป็นอย่างไร?

ที่แห่งนี้อุดมไปด้วยธรรมชาติ ที่โอบอุ้มประเทศแห่งนี้เอาไว้ ด้วยที่ตั้งบนที่ราบสูง จึงทำให้เมืองต่างๆมีสภาพแวดล้อม เต็มไปด้วยภูเขานั้นเอง อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มี ประวัติศาสตร์เก่าแก่ และทรงคุณค่ากับประเทศ ที่เป็นสิ่งที่บ่งบอกรากเหง้าวัฒนธรรม ของคนในชาตินี้นั้นเอง ถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ก็สามารถทำให้การเดินทางของคุณ เป็นที่ประทับใจไปตลอดชีวิคคุณนั้นเอง จึงทำให้ มองว่า ซานมารีโน เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นเอง

อีกทั้งยังเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับอิตาลี เพราะด้วยพรมแดนที่ใกล้กัน จึงได้รับวัฒนธรรมแบบเดียวกันมา ภาษาที่ใช้กันในประเทศคือภาษาอิตาลี เป็นภาษาราชการของประเทศนี้ ซานมาริโนเป็นประเทศที่ให้กลิ่นไอ ความเป็นอิตาเลี่ยน แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของ ธรรมชาติของที่นี้อันเป็น ที่ตั้งของ บรรยากาศอันบริสุทธิ์นั้นเอง