หมดไฟก็หลบไป มีใจก็ตามมา … ที่ภูสอยดาว

หมดไฟก็หลบไป มีใจก็ตามมา … ที่ภูสอยดาว

ภูสอยดาว ชื่อนี้หลายคนเพียงแค่ได้ยินชื่อก็อาจจะปวดขากันถ้วนหน้าแล้วก็ได้ หากใครเคยขึ้นมาพิชิตยอดเขาที่ชื่อว่าภูสอยดาวแล้ว คงรู้ถึงความโหดของภูสอยดาวนี้พอสมควร ทั้งเรื่องของเส้นทางการเดิน ความชัน และความโหดของเนินมรณะ หรือใครเคยมีประสบการณ์เดินขึ้นภูมาบ้างแล้ว อย่างเช่นภูกระดึง ขอบอกก่อนเลยว่าภูสอยดาวนั้นแตกต่างจากภูกระดึงมาก เพราะภูกระดึงค่อนข้างที่จะเดินง่าย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นอย่างมาก ภูกระดึงนั้นจะมีของขายอยู่ประจำที่จุดพักของแต่ละซำ เลยทำให้มีน้ำเย็นๆ เครื่องดื่มหวานๆ หรือของกินที่พอช่วยให้หายเหนื่อยและมีแรงเดินต่อได้

แต่…ที่ภูสอยดาวทุกคนจะได้สัมผัสกับการเดินที่คนละฟีลลิ่งกับภูกระดึง ภูสอยดาวจะไม่มีร้านค้าตามจุดพัก มีเพียงแค่น้ำและอาหารที่พกติดตัวเท่านั้น  ภูสอยดาวตั้งอยู่ในระหว่าง 2 จังหวัด คือพิษณุโลก และอุตรดิตถ์ เป็นภูเขาที่สูงอันดับที่ 4 ของไทย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 2,102 เมตร ระยะเดินเท้า 8,500 เมตร ความสวยงามของภูสอยดาวนั้นก็คงต้องเป็นเรื่องของดาวอย่างแน่นอน รวมทั้งป่าสน และดอกหงอนนาค (แต่เราโชคร้ายในฤดูที่เรามาไม่เจอดอกหงอนนาค)

แค่ระยะทางก็ปวดขาแล้ว ~ ไม่รอช้าไปปวดขากันเลยดีกว่า ในการเดินทางหากใครไม่อยากแบกสัมภาระไปมากๆก็สามารถจ้างลูกหาบได้ที่อุทยานก่อนเริ่มเดินทางขึ้น และหากใครไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ในการทำอาหาร รวมทั้งเต็นท์และเครื่องนอนมาทางอุทยานก็มีบริการให้พร้อมสำหรับทุกคนเช่นกัน และยังมีค่าบริการเข้าอุทยานด้วยนะ

และนี่คือจุดเริ่มต้นของความโหด เราเดินทางกันในช่วงเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาว ป่ารอบตัวยังเป็นป่าใบเขียวซะส่วนใหญ่ ทางเดินขึ้นอาจจะเหมือนไม่มีอะไร แต่ความโหด ชัน เหนื่อยและหิว กำลังรอทุกคนอยู่ข้างหน้า

ระหว่างทางเดินเราก็ชมธรรมชาติโดยรอบ ฟังเสียงแมลงที่ร้องกันระงม ทางเดินเข้าเริ่มแรกจะยังไม่โหดนัก ภูสอยดาวจะมีด้วยกันทั้งหมด 5 เนิน เนินแรกคือเนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะที่เป็นเนินที่โหดที่สุดใน 5 เนินนี้  

เราเดินมาเรื่อยๆจนถึงเนินส่งญาติ ทางเดินระหว่างจุดเริ่มต้นจนถึงเนินส่งญาติยังพอไปไหว แรงเหลือกันอยู่เดินได้เรื่อยๆชิลล์ๆ ยังไม่มีใครหยุดพัก ลุยๆๆ เดินกันต่อ จุดหมายต่อไปเนินปราบเซียน 

เดินกันไปคุยกันไปสักพักก็ถึงเนินปราบเซียน ก็เริ่มออกอาการกันซะแล้ว แต่ละคนเริ่มเหนื่อย เราเลยนั่งพักดื่มน้ำกันสักแป๊บ หลังจากมีแรงกันแล้วก็เดินกันต่อบุกป่าฝ่าดงกันขึ้นไปเรื่อยๆ ชมธรรมชาติรอบๆระหว่างทาง ที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและพรรณไม้ต่างๆ ถือว่าเพลินตาไม่น้อย

 

วิวระหว่างทางเดินขึ้นไปเนินป่าก่อ

เนินถัดมาคือเนินป่าก่อ เป็นเนินที่เดินได้เรื่อยๆ ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบระหว่าง 5 เนินที่กล่าวมานั้น เนินป่าก่อน่าจะเป็นเนินที่มีเส้นทางการเดินที่ง่ายที่สุด เฮ้อ~ เมื่อไหร่จะถึงลานสนสักทีนะ เดินเดินและเดิน และเราก็เดินทางมาถึงเนินเสือโคร่ง ระหว่างทางก็มีทั้งความชิลล์และความโหดรอเซอร์ไพรส์อยู่เรื่อยๆ

ทางเดินระหว่างเนินเสือโคร่งไปเนินมรณะ แค่เห็นก็เหนื่อยแล้ว ใช่แล้วมันเหนื่อยมาก เนินแล้วเนินเล่าก็ยังไม่ถึง

 

ฉากหลังความโหด ยังมีความสวยงามให้ชื่นชมอยู่

หลังจากที่บ่นกันมานานว่าเมื่อไหร่จะถึง สุดท้ายเราก็ถึงเนินสุดโหดในที่สุด เนินมรณะเป็นเนินที่มีความชันที่สุดใน 5 เนิน เป็นเนินที่ใช้ความอดทนมากสุด เหนื่อยสุด และหากใครเดินช่วงที่มีแดดก็จะร้อนที่สุดเพราะมีเพียงแค่ร่มกิ่งไม้ที่พอเป็นที่หลบแดดให้เราได้ เรียกได้ว่าใช้กายเดินไม่พอต้องใช้ใจสู้เข้าช่วย ที่สำคัญมรณะสมชื่อเลยแหละ

แค่เห็นป้ายและเส้นทางเดินที่มองด้วยตาเปล่าก็อยากเป็นลมแล้ว

เส้นทางเดินขึ้นเนินมรณะ และจุดเป้าหมายของเราก็คือยอดเขาบนนู้นที่เราเห็นนั่นเอง 

แต่แม้บนเส้นทางนั้นจะโหดและชันแค่ไหน เราก็จะได้เห็นธรรมชาติที่เราอาจจะไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อน และมันก็เป็นภาพจดจำที่สวยงามและประทับใจมากๆเลยแหละ

ขึ้นมาได้สักระยะ เราจะได้เห็นกับภาพนี้ เรียกได้ว่าเหนื่อยแต่คุ้ม

วู้วฮู้ว และแล้วเราก็ขึ้นมาถึงบนยอดเขาจนได้ พอขึ้นมาแล้วเราก็คงต้องเดินต่อไปสักระยะจะเจอกับลานสน

วิวระหว่างทางตอนเดินขึ้นมาถึงยอดเขา มุ่งหน้าไปลานสน

ฮึบๆ ใกล้ถึงเส้นชัยแล้ว พอขึ้นมาด้านบนและเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายน้อยจะสัมผัสได้ถึงลมหนาว เดินต่อไประยะทางไม่ไกลจะเจอกับลานสน 

ลานสนก่อนถึงจุดกางเต็นท์

ก็ยังคงเดินกันต่อไป จุดหมายที่จะถึงเป็นจุดสุดท้ายแล้ว ก็คือจุดกางเต็นท์นั่นเอง เล่นซะหมดแรงเลยทีเดียว

และเราก็มาถึงจุดกางเต็นท์ เมื่อเรามาถึงก็เดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเราเช่าอุปกรณ์อะไรมาบ้าง เจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งว่าเต็นท์เราหลังที่เท่าไหร่ บรรยากาศบริเวณจุดกางเต็นท์ก็จะมีวิว ทุ่งหญ้า และมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ หลังจากนั้นก็เอาสัมภาระไปเก็บไว้ที่เต็นท์แล้ว ก็เตรียมตัวอาบน้ำก่อนที่อากาศจะเย็นไปมากกว่านี้ ซึ่งเราต้องไปรองน้ำฝนจากในแทงก์มาใช้ดื่ม ใช้กิน และอาบน้ำ

หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายก็เริ่มก่อไฟปาร์ตี้ทำอาหารคลุกดินคลุกฝุ่นนี่แหละอร่อยดี นั่งไปก็คุยเล่นกันไปเพลินๆ 

 

หลังจากนั้นก็นั่งดูดาวกันอย่างสบายใจ

มองในภาพดาวอาจจะไม่ชัดหรือมองไม่เห็น แต่บรรยากาศจริงๆดาวเยอะมากและสวยไม่ใช่น้อยเลยแหละ

สุดท้ายนี้ใครที่อยากจะมาลองผจญภัยลุยบุกป่าฝ่าดงที่ภูสอยดาวก็ก้าวออกมาจากเซฟโซนของตัวเองได้เลย เพราะการเดินขึ้นภูสอยดาวนั้นจะทำให้เรามีความรู้สึกที่หลากหลายทั้งสนุกปนเหนื่อย อดทนปนท้อ แต่สิ่งนั้นแหละที่ทำให้เราชนะใจตัวเองจนทำให้เราดั้นด้นขึ้นไปบนนั้นจนได้ และเราจะได้สัมผัสและได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน

ขอขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก : เพื่อนร่วมทริป

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว การท่องเที่ยว

5 คาเฟ่อัมพวา วิวอย่างฟิน ของอร่อยๆอินๆเพียบ

อัมพวาไม่ได้มีดีแต่ตลาดน้ำอย่างเดียวนะคะ สายโซเชียลที่มองหาคาเฟ่บรรยากาศเก๋ๆนี่ยิ่งควรมาให้ได้ เพราะคาเฟ่นี่มีให้เลือกไม่น้อย อย่างที่เราคัดมาบอกเลยว่าเด็ดดวง แบบที่ตามมาแล้วไม่มีผิดหวังค่า…

อ่านเพิ่มเติม »

ร้านอาหารและคาเฟ่ แนวรักสุขภาพ

ร้านอาหารและคาเฟ่ ร้านอาหารและคาเฟ่ต่าง ๆ นั้น เป็นที่นิยมในยุคสมัยนี้ เป็นหนึ่งในรูปแบบ การท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยม ในวัยรุ่นและผู้คนในยุคสมัยนี้ เพราะนอกจาก จะใช้เป็นสถานที่นัดคุย…

อ่านเพิ่มเติม »

5 คาเฟ่เชียงใหม่ ดีงามขนาดนี้ ไม่ไปยังไงไหว

เชียงใหม่ นับว่าเป็นเมืองคาเฟ่เลยนะคะ เรียกว่าเดินไปทางไหนก็จะเจอคาเฟ่น่ารักๆเชิญชวนให้เราเดินเข้าไปนั่งไม่รู้ตัวอยู่ตลอดๆ แบบที่ว่ามาเจ็ดวันเปลี่ยนเจ็ดร้านก็ยังไหว แล้วจะรอช้าอยู่ไยตามมาให้ไวกับคาเฟ่จุดเจ๋งที่มาแรงแซงทุกโค้งกันไปเลยดีกว่าค่า…

อ่านเพิ่มเติม »

5 ประเทศลุยล่าแสงเหนือ

แสงเหนือหรือ ออโรร่า บอเรลลีส (Aurora Borealis) เป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์สำหรับใครหลายๆคนที่อยากเห็น (รวมทั้งเราด้วย 5555+) เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติที่มีความสวยงามมาก ปรากฎการณ์แสงเหนือมักจะเกิดขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลกทั้งเหนือและใต้ แสงเหนือนั้นจะมีหลากหลายสีด้วยกันมีทั้งสีฟ้า สีเหลือง สีม่วง แต่สีที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆก็คือสีเขียว ซึ่งสีแต่ละสีที่เราเห็นไม่เหมือนกันนั้นเป็นเพราะว่ามันเกิดขึ้นคนละระดับความสูงที่เหนือชั้นบรรยากาศที่ไม่เท่ากัน จึงทำให้สีมีลักษณะแตกต่างกันออกไป และการจะเห็นแสงเหนือได้ก็ต้องขึ้นอยู่กับท้องฟ้าและปัจจัยธรรมชาติหลายๆอย่างด้วย
มาดู 5 ประเทศต่อไปนี้ที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้…

อ่านเพิ่มเติม »