" "

เที่ยวเมืองสิงห์ ถิ่นวีระชน คนบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในไทย

สถานที่ท่องเที่ยวในไทย

ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน Thai Market Ban-Rachan

  นับว่าเป็นอีกสถานที่ ถิ่นวีรชนคนกล้า ชุมชุนคนหมู่บ้านบางระจัน ที่เคยเป็นเรื่องเล่าทางด้านประวัติศาสตร์ ชาติไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ยังเป็นราชธานี กับความกล้าหาญของคนในชุมชน ที่รักถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง จนเกาะกลุ่มรวมตัวกัน เพื่อสู้รบต้านท้านผู้บุกรุก ที่เข้ามารุกรานสยาม หรือประเทศไทยนั่นเอง สถานที่แห่งนี้ ปัจจุบันได้ถูกบูรณะซ่อมแซม และทำให้เกิดเป็นหมู่บ้านแห่งใหม่ ย้อนยุคกลับไปสมัยที่ ชุมชนคนหมู่บ้านบางระจัน กำลังรุ่งเรืองด้วย การทำมาค้าขาย สถานที่ปัจจุบัน ที่นี่กลายเป็นตลาดที่ได้ รวบรวมของกินอร่อยๆ มาไว้ในชุมชนแห่งนี้ ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ที่ไม่ว่าจะเป็นของกินที่สามารถ หาทานได้อย่างมากมาย เป็นขนมไทยแท้ ไทยโบราณให้เลือกรับประทาน หรือของฝากที่นำไปฝากผู้ใหญ่ หรือเพื่อฝูง กับบรรยากาศตลาดไทย ที่จะเป็นแบบย้อนยุค กับรูปแบบทางเข้าป้อมบางระจัน ที่ทำให้เหมือนได้เดินย้อนเวลากลับไป ในเมืองที่เป็นชุมชนคนในค่ายบางระจัน ที่กลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง 

สำหรับพิกัดที่ตั้ง ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน อยู่ภายในวัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน

 

สถานที่ท่องเที่ยวในไทย

วัดพิกุลทอง (วัดพิกุลทองพระอารามหลวง) WAT Pi-kun-thong

  เป็นสถานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ที่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีมาประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นสถานที่ไหว้พระที่มีนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำบุญ เเดินทางเข้าไปเป็นประจำ ของทางจังหวัดสิงห์บุรี ที่มีชื่อเสียงมาจากที่สุดวัดหนึ่ง โดยหลวงพ่อแพ พระเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพของชาวบ้าน จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ต้องแวะเวียนมาไหว้พระขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล วัดพิกุลทอง เป็นวัดขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกว่า วัดหลวงพ่อ เนื่องด้วยเป็นวัดจำพรรษาของหลวงพ่อแพ (พระเทพสิงหบุราจารย์) ซึ่งมรณภาพไปเมื่อปี พ.ศ.2542 ภายในวัดมีพระพุทธสุวรรณมงคล มหามุนี ชาวบ้านมักเรียกกันว่า “หลวงพ่อใหญ่” เป็นพระพุทธรูป ปางประทานพร ที่เรียกได้ว่าเป็นองค์ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย ประดับด้วยโมเสกทองคำ ที่ทำจากทองคำธรรมชาติ 24 เค อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปปางประจำวันต่างๆ อยู่รอบพระวิหาร พร้อมทั้งพระสังกัจจายองค์ใหญ่ ภายในบริเวณวัด ยังมีสวนธรรมะ ที่มีสภาพแวดล้อม เต็มไปด้วยบรรยากาศที่สงบและร่มรื่นอย่างมาก เหมาะแก่การมานั่งฟังธรรมคำเทศนาอีกด้วย 

สถานที่พิกัด คือ ทางหลวงหมายเลข 3032 ตำบลพิกุลชัย อำเภอท่าช้าง 

หมายเหตุ ขนาดของพระองค์ใหญ่ ที่มีหน้าตักกว้าง 11 วา 2 ศอก 7 นิ้ว สูงถึง 21 วา 1 คืบ 3 นิ้ว

 

สถานที่ท่องเที่ยวในไทย

วัดหน้าพระธาตุ WAT Na Phra-that

  เป็นสถานที่ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ จากการเดินทางไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งมีการคาดการว่า สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็น สถานที่ตั้งของเมืองสิงห์บุรีเก่า เนื่องจากสังเกตุได้จาก องค์พระปรางค์สูงประมาณ 8 วา ที่เป็นรูปของพญาครุฑอสูรถือกระบอง ซึ่งดูล้วเหมือนกับ ศิลปะในสมัยอยุธยาตอนต้น เดิมทีนั้นชาวบ้านพื้นเมืองมักเรียกวัดนี้ว่า “วัดหัวเมือง” ก่อนที่จะมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดหน้าพระธาตุ” ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซุ้มจรนัมทั้งสี่ด้าน ตั้งแต่ฐานศิลาแลง องค์ปรางค์มีพระวิหารหลวง ตรงพระอุโบสถมีเจดีย์กลมเรียงรายหลายองค์ เปัจจุบันทางด้านของกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ 2478 ทางเข้าประดิษฐานหลวงพ่อทันใจ 

พิกัดการไปท่องเที่ยว วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมืองสิงห์บุรี

 

สถานที่ท่องเที่ยวในไทย

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร Wat Phra-Non Chakrasi Worawihan

  ภายในวัดมีพระพุทธไสยาสน์ ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 และเป็นพระพุทธรูปสุโขทัย ที่ยาวถึง 47 เมตร 42 เซนติเมตร กับเรื่องราว และประวัติความเป็นมา ที่ไม่แน่ชัดว่ามีการสร้าง และมีประวัติความเป็นมาเป็นเช่นไรในปัจจุบัน เพราะโดยส่วนใหญ่ กลับเป็นเรื่องเล่าคล้ายดั่งนิทาน เหมือนกับพระปฐมเจดีย์ ได้แต่สันนิษฐานว่า น่าจะมีการก่อสร้างขึ้น ก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เพราะองค์พระหันพระเศียรไปทางตะวันออก พระพักตร์หันไปทางเหนือ มีความยาวเท่ากับ 3 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบและ 7 นิ้ว วัดพระนอนฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ไม่มีหลักฐานเรื่องที่ว่า มีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อสมัยใด สันนิษฐานว่าน่าจะมีการ สร้างขึ้นก่อนที่จะมีการ ตั้งกรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานี โดยตามพงศาวดารที่เคยมีระบุไว้ว่า ในปีพ.ศ.2297 มีการซ่อมแซมองค์พระ ด้วยการมาสร้างพระวิหาร และมีการสร้างพระอุโบสถ พร้อมทั้งการก่อสร้าง เสนาสนะขึ้นใหม่ ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการบูรณะปฏิสังขรปูชนียวัตถุ ขึ้นใหม่อีกครั้ง 

พิกัดสถานที่ท่องเที่ยว คือ ตำบลจักรสีห์ เมืองสิงห์บุรี

 

สถานที่ท่องเที่ยวในไทย

วัดไทร Wat Sai

  เป็นวัดที่มีรากต้นไทร เกาะยึดกำแพงโบสถ์ไว้ ทำให้กำแพงโบสถ์ไม่พังทลายลงมา ภายในมีองค์พระประธาน ที่ชาวบ้านเคราพบูชาอยู่ เรียกว่า “หลวงพ่อวัดไทร” ที่เรียกกันตามชื่อของวัด จากที่เคยเรียกมาว่า “หลวงพ่อขาว” หรือ “หลวงพ่อทะยาน” วัดไทรเป็นวัดที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในวัดนั้นร่มรื่นมาก เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาจาก พระธุดงค์รูปหนึ่งที่เข้ามาพบ วัดแห่งนี้ร้างอยู่ด้วยความบังเอิญ ก่อนที่จะมีชาวบ้านเข้ามาทำบุญ และกราบไหว้สักการะพระพุทธรูป ที่อยู่ภายในวัดห่งนี้ ก่อนที่จะเรียกชื่อวัดตามสถานที่ว่า “วัดไทร” สำหรับวัดแห่งนี้ มีการคาดเดากันว่า อาจจะเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้น สมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากลักษณะความพิเศษ ของโบสถ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ต้นไทรจะเติบโต ยึดเข้ากับผนังโบสถ์ ตัวโบสถ์ที่เหลืออยู่เพียงแค่กำแพงเท่านั้น ที่ยังมีรากของต้นไทรโอบยึดกำแพงโบสถ์ไว้ จึงไม่พังทลายลงมา ส่วนหลังคาของโบสถ์ ที่กลายเป็นได้ร่มเงาจากต้นไทร เพราะตัวหลังคาของโบสถ์นั้น ได้ทรุดโทรมและพังไปแล้ว ตามกาลเวลา โดยเคยมีเหตุการณ์ประหลาดจากการต้องการจะบูรณะซ่อมแซมหลังคาโบสถ์ กลับมีเหตุการณ์ที่ไม่อาจจะสร้างต่อได้ จึงได้ยุติการบูรณะไว้ แต่เพียงเท่านั้นและปล่อยให้วัดยังคง มีสภาพเหมือนเดิมมาตลอด

พิกัดของสถานที่ อยู่ที่ตำบลชีน้ำร้าย อินทร์บุรี

 

สถานที่ท่องเที่ยวในไทย

วัดม่วงชุม Muang Chum Temple

  สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่มีอายุ ยืนยาวมานานกว่า 400 ปี โดยดั้งเดิมมีชื่อที่เรียกกันว่า “วัดกระดังงา” เป็นชื่อเดิมที่เรียกมาตั้งแต่ สมัยอยุธยา เดิมเคยเป็นวัดร้าง ในช่วงสมัยเสียกรุง ตั้งแต่สมัยพ่ายให้กับพม่า ยุคสมัยเสียกรุงศรีครั้งที่ 2 เคยมีการขุดพบเศียรพระ ที่เป็นลักษณะหินทราย มีอยู่เป็นจำนวนมาก และมีหลวงพ่อดำ ที่ประดิษฐานอยู่ด้านหลังของวัด จนต่อมาเมื่อเหตุการณ์ของทางบ้านเมืองสงบลง หลังจากที่เมืองสยาม (ประเทศไทย) มีอิสระจากพม่า ชาวบ้านที่เคยพักอาศัย จึงได้กลับมาตั้งถิ่นฐานเข้ามาอยู่กันใหม่ เรื่อยมาจนถึงสมัยพ.ศ.2424 ได้มีการบูรณะวัดขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นวัดใหม่ ใกล้กับวัดดั้งเดิมที่มีชื่อว่าวัดกระดังงา ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ ที่มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นว่า “วัดม่วงชุม” สำหรับชื่อนี้แต่เดิมนั้น มาจากเรื่องเล่าของวัดแห่งนี้ เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่มีชาวบ้านชุมชนบางระจัน ได้มาร่วมชุมนุมกัน ที่ใต้ต้นมะม่วงเพื่อรวมตัวกันสู้รบ ณ บริเวณวัดม่วงชุม ซึ่งมาจากความหมายของการ “ชุมนุมใต้ต้นมะม่วง” นั่นเอง นับว่าเป็นอีกเรื่องเล่า ที่กล่าวขานกันมา กับหลายเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ชาติไทย กับการต่อสู้ปกปักษ์รักษา พื้นแผ่นดินบ้านเกิด จนเกิดเป็นร่องรอยการท่องเที่ยว ของพื้นที่จังหวัดหนึ่ง ที่มีประวัติศาสตร์ทางการสู้รบ ด้วยการเสียสละเพื่อบ้านเมือง อีกสถนที่หนึ่งด้วย

 

สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ติดตามต่อได้ที่ >>> https://www.mustdoholiday.com/

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว การท่องเที่ยว

โรงแรมและที่พัก สุดหรูในภูเก็ตภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ ขึ้นชื่อในเรื่องการท่องเที่ยว

เป็นอย่างมากอยู่แล้ว ที่นี่คือ ไข่มุกอันดามัน สวรรค์แดนใต้ นักท่องเที่ยวมากมาย ต่างหลงใหลกับที่นี่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ…

อ่านเพิ่มเติม »

สะพานแก้ว จางเจียเจี้ย China

สะพานแก้ว จางเจียเจี้ย ในมณฑลหูหนาน ประเทศจีน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ในอุทยานแห่งชาติอู่หลิงยุเวียน สะพานที่มีความสูง300เมตร ปูพื้นด้วยกระจกใส สร้างความหวาดเสียวให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก…

อ่านเพิ่มเติม »
สถานที่ท่องเที่ยว

สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ!!! Grand Canyon

แกรนด์แคนยอน เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเมื่อหลายล้านปีก่อน เกิดการยกตัวของพื้นโลก ด้วยแรงดัน และความร้อนจากใต้พื้นโลก ทำให้แม่น้ำโคโรลาโดลาดชัน กระแสน้ำไหลเชี่ยว จากการกัดเซาะของแม่น้ำ ทำให้หน้าผาเป็นเหว ลึก จนกลายเป็นแกรนด์แคนยอน…

อ่านเพิ่มเติม »

ร้านอาหารและคาเฟ่ ใครที่ชื่นชอบใน การกินกาแฟหรือ เค้กวันนี้เรามีร้านอร่อย ๆ มาแนะนำให้ กับทุกท่าน

1.ร้านอาหารและคาเฟ่ ร้านที่เรามา แนะนำเป็น อีกหนึ่งร้าน ที่ทุกคนนั้น ต้องไปเพราะ

อ่านเพิ่มเติม »