สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ ประเทศเวียดนาม

สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ ประเทศเวียดนาม

ช่วงหน้าหนาวนี้ อยากไปเที่ยวไหนดี แนะนำเรื่องการท่องเที่ยวแบบที่ไม่ต้องเดินทางไกล อีกทั้งไม่ยุ่งยากเรื่องการของวีซ่า เวียดนาม ถือว่าเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้ประเทศไทย และสามารถเดินทางเข้าโดยไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก ด้วยระยะเวลาฟรีวีซ่าจำนวน 30 วัน กับการเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่สุดชิลล์ ในเวียดนามหน้าหนาวนี้ กับประสบการณ์การท่องเที่ยว กับการตะลุยหิมะเมืองซาปา ที่ไม่ต้องเดินทางไกล ก็สามารถเข้าสู่อากาศติดลบได้ง่ายๆ กับการเผชิญอากาศติดลบถึง -4 องศา เรียกได้ว่าขาวโพลน บริเวณของทางจังหวัดหล่าวก๋าย ของประเทศเวียดนาม ที่เกิดหิมะตกมีความหนาถึง 10 เซนติเมตร เรียกได้ว่าเป็นอีกประสบการณ์ กับการเผชิญหิมะไม่ไกลจากเมืองไทย อีกทั้งมีสถานที่ให้ได้ท่องเที่ยวอยู่มากมา โดยไม่ต้องใช้เอกสารมากมาย กับการเดินป่าบนเขาสูง แต่ถ้าไปช่วงหน้าหนาว ก็จะสามารถพบกับวิวเทือกเขา ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะบนภูเขา Phang Xi Pang กับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองซาปา
โดยแต่เดิมทีนั้น เมืองซาปาเป็นสถานที่ ที่มีชนชั้นสูงของฝั่งเศส มาก่อสร้างและพักอาศัย อีกทั้งใช้เป็นสถานที่ พักผ่อนหย่อนใจในช่วงที่ทางประเทศเวียดนาม เป็นอาณานิคมใต้อาณัติ ของประเทศฝรั่งเศส ที่เข้ามาทำงานในเวียดนาม จึงทำให้พื้นที่บริเวณของ เมืองซาปานั้นมีสถาปัตยกรรม อีกทั้งอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ รวมทั้งรูปแบบของการวางผังเมือง เป็นไปในแบบของอาณานิคมฝรั่งเศส (French Colonial) ที่มีจุดเด่นที่มองเห็นได้ชัดเจนคือ ที่ตั้งอยู่กลางเมือง มักจะมองเห็นคือโบสถ์คาทอลิก ที่มีรูปแบบการตกแต่ง เป็นไปแบบทางฝรั่งเศสมาก ปัจจุบันนั้นเมืองซาปา อยู่ในหล่าวกาย อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ที่มีพื้นที่ใกล้กับประเทศจีน และเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศเวียดนาม โดยสภาพแวดล้อมของประเทศ เป็นไปในรูปแบบเทือกเขา ที่รู้จักกันดีเรียกว่า เทือกเขาฮวงเหลียนเซิน (The Hoàng Liên Son) เป็นเทือกเขาที่มีพื้นที่ ติดกับเทือกเขาหิมาลัย อยู่ทางตะวันออกสุด เทือกเขาฮวงเหลียนเซิน ยังเป็นส่วนหนึ่งของยอดเขาฟานซีปัง ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ของเหล่านักท่องเที่ยวอีกด้วย ชนชาวเมืองซาปานั้น อาศัยอยู่ในหุบเขาสูง สภาพภูมิอากาศนั้น เรียกว่าเป็นแบบเคิปเปน (Köppen) หรือแบบCwb คืออบอุ่นชื้นและมีฝนตกในฤดูร้อน อบอุ่นและแห้งในฤดูหนาว แลในบางครั้งอาจจะมีหิมะตก ภายในเมืองซาปาได้ในบางวัน
สำหรับเมืองซาปา เป็นสถานที่รวบรวม ผู้คนและวัฒนธรรมจากหลายชนชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวพื้นเมือง ที่เป็นกลุ่มชาวเขา อีกทั้งยังมีชนกลุ่มน้อย ที่แยกออกเป็นหลายเผ่าพันธุ์ และมีประชากรที่แบ่งออกเป็นกลุ่ม ที่ประกอบไปด้วย กลุ่ม Kinh (Viet) กลุ่ม Hmong กลุ่ม Dao กลุ่ม Tay กลุ่ม Giay และกลุ่ม Xa Pho ประชากรหรือกลุ่มผู้คนที่พักอาศัย มักจะกระจายกันอู่อาศัย และอยู่กันตามชุมชนย่อย ซึ่งเป็นในเขตชนบทที่ห่างไกล ทำให้ผู้คนพื้นเมืองเหล่านี้ ประอาชีพด้วยการเกษตรกรรมเป็นหลัก ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูง และเป็นที่ลาดชัน จึงกลายเป็นการปลูกข้าวคล้ายขั้นบันไดขึ้น รวมทั้งการปลูกพืชผักตามฤดูกาล ตามขั้นบันได้นั่นเอง ซึ่งลักษณะของการปลูกส่วนใหญ่คือ ข้าวและข้าวโพด และสถานที่ท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยงชอบไปในเมืองซาปานั้น เรียกกันว่า Muong Hoa Sapa Valley ที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวสุดชิลล์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่อยู่ห่างจากเมืองซาปาไปเล็กน้อย ทางด้านของทิศตะวันออกเฉียงใต้ 10 กิโลเมตร อยู่ในเขตชุมชนที่ชื่อว่า เฮาเทา เป็นสถานที่อยู่ท่ามกลาง หุบเขามีการปลูกข้าวขั้นบันได และมีลำน้ำไหลอยู่รอบเรียกว่า Muong Hoa เป็นสถานที่มองเห็นวิวภาพ สวยงามชวนฝันในแบบท้องทุ่งชนบท ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวพื้นเมือง กับหุบเขาสวยงาม อีกทั้งขึ้นชื่อในเรื่องการเดินป่า ที่มีการเดินทางผ่านทุ่งข้าว ที่มีลักษณะเป็นขั้นบันได พร้อมกับพบกับสภาพอากาศ ที่สดชื่นเย็นสบายพร้อมทิวเขา ต้นไม้สีเขียวขจีกลางหุบเขา ที่สวยงามสลับซับซ้อนของเมืองซาปา ที่แห่งนี้ทำให้ต้องหลงรักและสร้างความทรงจำ ให้ผู้ที่มาท่องเที่ยว ได้จารึกไว้ในใจของนักท่องเที่ยว ที่ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ สำหรับหารเดินทางไปยังหุบเขา Muong Hoa ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยว ดื่มด่ำไปกับอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย Muong Hoa Sapa เป็นสถานที่สวยงามทุกฤดูกาล ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบความสวยงามตามธรรมชาติ พร้อมหลีกหนีชีวิตสังคมเมืองที่แออัด ในแบบของตัวเอง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางไปหุบเขา Muong Hoa หุบเขาที่จะสามารถมองเห็นความสวยงาม ช่วงหน้าร้อนกับความงามที่ทีสีเขียว ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าอันสวยงาม หรือช่วงใกล้ฤดูเก็บเกี่ยว ที่จะสามารถทองเห็นทุ่งข้าวสีเหลืองทอง ตัดกับทิวเขาสีเขียว และท้องฟ้าสีฟ้าอันสวยงาม นอกจากนี้ช่วงเวลาที่เมืองซาปา จะมีอากาศอบอุ่นกับอากาศและแสงแดดอันอบอุ่น กับช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการชมภาพของหุบเขา Muong Hoa Sapa เปลี่ยนเป็นสีเขียว สู่สีเหลือง กับกลิ่นข้าวที่หอมอบอวลไปทั่วพื้นที่ ความเงียบสงบของสังคมชนบทอันสงบสุข ที่ควรได้เข้าสัมผัสและชื่นชมสักครั้งในชีวิต เมื่อเข้าสู่ช่วงอากาศหนาวเย็น Muong Hoa ที่จะได้พบความงดงามของท้องถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์และแปลกตา ความหนาวเย็นของภูเขา และป่าไม้ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ไม่สามารถหยุดเสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้ไปได้ กับการเดินทางท่องเที่ยว Muong Hoa ซึ่งในฤดูหนาวนักท่องเที่ยว จะได้สัมผัสกับอุณหภูมิที่ติดลบ มากกว่า -4 องศาและความหนาของหิมะสีขาวโพลนถึง 10 เซนติเมตรนักท่องเที่ยงมีโอกาสสูง ที่จะได้สัมผัสเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ด้วยตัวเอง จนรู้สึกได้ถึงความชาที่แล่นผ่านปลายนิ้วแต่ละนิ้ว พร้อมกับความรู้สึกที่น่าสนใจ กับอีกหลายสถานที่ให้ผู้เดินทางได้เข้าชม อีกทั้งภายในสถานที่ท่องเที่ยว ในหุบเขาแห่งนี้เหล่านักเดินทาง ยังจะสามารถสัมผัสได้ถึง สิ่งที่พิเศษมากที่สุดสำหรับคนพื้นเมืองแห่งนี้ กับหินโบราณที่มีรูปร่าง และการแกะสลักหินในแบบที่แตกต่างกันออกไป มีอยู่มากมายตามพื้นที่ ไม่ว่าจะวางอยู่ระหว่างต้นไม้ หรือใกล้กับทุ่งพืชหรือดอกไม้นานาพันธุ์ หินทรายหลายร้อยชิ้นที่มักจะถูกสลักด้วยภาพวาด และตัวอักษรแปลกแตกต่างกันออกไป บางครั้งไม่อาจระบุความหมาย หรือความเป็นมาได้ด้วยซ้ำ ที่ยังเป็นสถานที่ดั้งเดิม กับการเดินทางขึ้นเขา และสถานที่แห่งนี้จะได้พบกับ หินโบราณที่เรียกกันว่า SAPA STONE ซึ่งปัจจุบันพื้นที่แกะสลักหินโบราณแห่งนี้ ได้ถูกดูแลรักษาพร้อมกับ มีรูปแบบระบบการจัดการ ให้เป็นสถานที่แห่งอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถานที่มีคุณค่าเป็นมรดก ของทางด้านวัฒนธรรมของชุมชน ที่เป็นสถานที่เฉพาะของชาวเวียดนามโบราณ นอกจากนี้ในหุบเขา Muong Hoa ยังมีลำธารที่สวยงามทอดยาวผ่าน มีความยาวโดยประมาณ 15 กม. ผ่านชุมชนที่เรียกกันว่า Lao Chai, Ta Van, Hau Thao และไปสิ้นสุดที่ Ban Ho โดยชุมชนเฮาเฒ่า อยู่ห่างออกจากเมืองซาปา เดินทางไปยังทอศตะวันออกเฉียงใต้ราวๆ 8 กิโลเมตร จากเมืองซาปา เป็นภูเขาสูง จนมาถึงหุบเขา Muong Hoa และสามารถเข้าท่องเที่ยวได้หลายหลายวิธี อีกทั้งยังสามารถเที่ยวได้ทั้งรูปแบบ ทางบกกับรถ หรือเดินเท้า อีกทั้งยังใช้การเดินทางด้วยกระเช้าลอยฟ้า เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาที่เรียกกันว่า Fansipan (ยอดเขาฟานชีปัง) ในการขึ้นลงสู่ยอดเขา โดยเรียกวิธีในการขึ้นนี้ว่าใช้ Cable Car Staion Sapa ที่เป็นการใช้สำหรับการเดินทางสู่ ยอดเขาฟานชีปัง สำหรับเขาฟารชีปังนี้ถือว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุด ของประเทศเวียดนาม อีกทั้งยังได้รับขนานนามว่า “หลังคาแห่งอินโดจีน” ด้วยระดับของความสูงที่มากกว่าน้ำทะเลถึง 3,110 เมตร เรียกได้ว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยว ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตน่าไปมากที่สุด และสามารถเข้าท่องเที่ยวได้ตลอดฤดูกาล สำหรับบางครั้งคนที่ต้องการ สัมผัสอากาศหนาวและต้องการพบกับหิมะไม่ไกลจากเมืองไทย เมืองซาปา ของประเทศเวียดนามจึงเป็นอีกช่องทาง การเดินทางที่สะดวกเนื่องจากไม่จำเป็น ต้องทำการขอวีซ่าใหุ้่งยาก ด้วยสิทธิพิเศษพลเมืองไทย ที่สามารถใช้พาสปอร์ตในการเข้าท่องเที่ยว แบบฟรีวีซ่าได้ถึง 30 วันนั่นเอง

 

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว การท่องเที่ยว

ร้านก๋วนเตี๋ยวผี หมู่บ้านสัมมากร สูตรเก่าแก่ ที่โด่งดัง

สูตรเก่า … ใคร ๆ ก็เคยได้ยินมาหนาหูแล้ว สำหรับ สูตรเก่า เจ้าเก่า ที่ต่อท้ายชื่อร้าน แต่สำหรับร้านนี้ ก๋วยเตี๋ยวผี เป็นร้านที่…

อ่านเพิ่มเติม »
โรงแรมและที่พัก

โรงแรมและที่พัก เนื่องจากเกิดปัญหา การติดต่อของไวรัส โควิด19 ทำให้การท่องเที่ยว ของทุกประเทศทั่วโลก เกิดปัญหา

โรงแรมและที่พัก หลายประเทศทั่วโลก ต้องเผชิญกับปัญหา โควิด19 ในช่วง 2 ปีนี้ การท่องเที่ยว ต้องหยุดชะงักลง…

อ่านเพิ่มเติม »