มองโกเลีย ประวัติ เป็นมาอย่างไร?

มองโกเลีย ในอดีตนั้น มองโกเลียเป็นประเทศ ที่มีชนเผ่าเร่ร่อนอาศัย อยู่กันเป็นจำนวนมาก เพราะด้วยลักษณะภูมิประเทศ ทำให้ไม่สามารถทำการ เพาะปลูกได้ดีเท่ากับที่ราบทางตอนใต้ ทำให้วิถึชีวิตชาวมองโก จึงทำให้ย้ายถิ่นฐานกันอยู่เป็นประจำ ชาวมองโกมีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือเขาจะคลุกคลีกับม้าตั้งแต่เด็ก

ทำให้ชาวมองโกเลียขี่ม้านั้นมีความชำนาญอย่างมาก จนเมื่อครั้งหนึ่ง อาณาจักรมองโกได้แผ่ขยายอำนาจ จากเอเชียไปจนถึงยุโรป สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวยุโรป เป็นอย่างมาก ที่เที่ยวไทยหน้าฝน

เพราะด้วยชื่อเสียงจากการ ฆ่า ปล้นสะดม เผาเมือง ด้วยความโหดเหี้ยม อาณาจักรต่างๆพากันมาสวามิภักดิ์ ต่อข่านผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเปรียบเป็นกษัตริย์นั้นเอง ในปีค.ศ. 1206 เจงกิสข่าน สามารถรวบรวมชนเผ่าต่างๆ ในมองโกเลีย และพวกเขาได้รวมกำลังเข้าพิชืต ทุกดินแดนต่างๆ เพื่อให้คนทั่วโลกต่างก้มหัวให้กับข่าน หลังจากที่ยึดประเทศจีนได้แล้ว

ได้ตั้งราชวงศ์หยวนขึ้น พร้อมกับนำศาสนาพุทธแบบทิเบต เข้ามาเป็นศาสนาหลักในราชสำนัก จนต่อมาความยิ่งใหญ่ ของมองโกเลียก็ค่อยๆเสื่อม อำนาจลงไปตามกาลเวลา อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่

ต่างถูกคนพื้นเมืองดั่งเดิม และกองทัพขับไล่ออกจากดินแดน จนกระทั่งในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 17 มองโกเลียในปัจจุบัน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ การปกครองโดยประเทศจีน ที่เที่ยวไทยยอดฮิต

ช่วงราชวงศ์ชิงที่นำโดยชาวแมนจู ต่อมาหลังการล่มสลายของราชวงศ์ชิง ค.ศ. 1912 มองโกเลียได้ประกาศอิสรภาพ และอยู่ภายใต้การปกครองของ บอจน์ ข่าน นับแต่นั้นมามองโกเลียผ่านช่วงเวลา แห่งการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตามประวัติศาสตร์โลก และของประเทศจีนอีกด้วย ต่อมามองโกเลีย ได้จัดตั้งประเทศตัวเองเป็นสาธารณรัฐ มีกฎหมายรัฐมนูญของตัวเอง และได้ผันเปลี่ยนตัวเองไปสู่ ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด

มองโกเลีย

มองโกเลีย มี ลักษณะภูมิประเทศ เป็นอย่างไร?

ประเทศมองโกเลีย มีพื้นที่ 1.5 ล้านตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ภูเขา และทุ่งหญ้า ไม่มีอาณาเขตติดทะเล มีเมืองหลวงอยู่ที่        กรุงอูลันบาดอร์ ประชากรในประเทศราวๆ 2.68 ล้านคน คนของที่นี้ผูกพันธ์ กับความเชื่อโบราณ ที่สืบต่อกันมาอย่างช้านาน ศาสนาพุทธ นิกายลามะ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากทิเบต มองโกเลีย เป็นประเทศในทวีปเอเชีย

ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีพรมแดนทางเหนือติดกับ รัสเซีย ส่วนทางใต้ติดกับ จีน ด้วยสภาพพื้นที่ส่วนใหญเป็น ที่ราบสูงดินจึงไม่เหมาะ สำหรับการเพาะปลูก ทำให้มีพื้นที่เพียงร้อยละ 1 ที่ทำการเกษตรได้

มองโกเลีย ถือว่าเป็นประเทศที่ มีพื้นที่ขนาดใหญ่ กว่าจำนวนประชากร ที่มีเพียง 3 ล้านกว่าคน และมีประชากรเพียงร้อยละ 38 อาศัยอยู่ในเมืองหลวงอูลานบาดอร์ อากาศมีความเเย็นตลอดทั้งปี เพราะอยู่ที่ราบสูง

ช่วงฤดูหนาว จะมีอากาศหนาวรุนแรง ถึง -40 องศาได้ แต่สำหรับคนที่นี้การปรัับตัวเข้ากับอากาศ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา อารยธรรมพิธีอันเก่าแก ที่ปัจจุบันยังคงมีการสืบทอดกันมา นั้นคือ พิธีการคล้องม้าจากฝูงม้า

บนทุ่งที่ราบ และวิถีชีวิตการเลี้ยงสัตว์ ไปตามพื้นที่ต่างๆบนทุ่งที่ราบ นับว่าเป็นวิถีการดำเนินชีวิต ในแบบดั่งเดิมที่มีอย่างยาวนาน อารยธรรมแห่งนี้ในอดีตที่เคยยิ่งใหญ่ ปัจจุบันยังหลงเหลือ ที่เที่ยวไทยหน้าหนาว

วัฒนธรรมการขี่ม้าได้อย่างชำนาญ ครั้งหนึ่งเมื่อยุคสมัยอาณาจักรมองโก เรืองอำนาจอย่างมาก สิ่งที่ชาวยุโรปต่างหวาดกลัวกันอย่างมาก นั้นคือ กองทัพม้าศึกของชาวมองโก ที่มีความน่ากลัวเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะพลธนูบนหลังม้า มีความแม่นยำแล้วเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว กองทัพชาวยุโรปที่เป็นทหารราบ ซะส่วนใหญ่ ก็จะต้องพบเจอกับหายนะ ถูกกองทัพม้าศึกบดขยี้อย่างง่ายได้ ชาวมองโกมีความเชื่อว่า ม้า กับพวกเขานั้น เหมือนเป็นคนๆเดียวกัน เพราะการดำรงชีวิตส่วนใหญ่ ของเขานั้นคือการใช้เวลาอยู่กับม้านั้นเอง

มองโกเลีย

มองโกเลีย สถานที่ท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?

สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี้ นั้นส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ ทางธรรมชาติซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลทราย ทะเลสาบ มีความสวยงามอย่างมาก ธรรมชาติของที่นี้ถูกอนุรักษ์เอาไว้ มาอย่างยาวนาน เพราะวิถีชีวิตชาวมองโก นั้นยังคงเลี้ยงสัตว์ เร่ร่อนไปทั่วทั้งที่ราบ อีกทั่งประชากรที่น้อย ทำให้ธรรมชาติของที่นี้ยัง ถูกอนุรักษ์เอาไว้ตลอด

สถานที่ท่องเที่ยว ที่เราจะนำเสนอ 5 อันดับ แนะนำสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติเลยทีเดียว สถานที่แรกคือ ทะเลสาบฮุฟสกุล (Hovsgol Lake) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ของมองโกเลีย ต้องเดินทางด้วยรถจิ๊ปจากเมืองหลวง เป็นเวลา 3-4 วัน ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ

ทะเลสาบแห่งนี้มีความสวยงามมาก มีความกว้างยาวและลึกมาก ซึ่งยาวถึง 136 กิโลเมตร กว้าง 36.5 กิโลเมตร และลึกถึง 262 เมตร น้ำในแม่น้ำใสอย่างมาก เพราะมีแม่น้ำไหลเวียนมาบรรจบถึง 90 สาย

สถานที่นี้ยังมีปลาแซลม่อนขนาดใหญ่ ที่สุดในโลกอีกด้วย สถานที่ต่อไปคือ เทีอกเขา (Khangai) เป็นเทือกเขาที่ ทอดยาวจากชายตะวันตกของมองโกเลีย ขนานไปตามแนวถึงเทือกเขาอัลไต

สถานที่นี้มีน้ำแร่ทั้งร้อนและเย็น ที่ไหลออกมาจากหิน ให้เราได้แช่อีกด้วย สถานที่แห่งนี้ยังเป็นอุทยานแห่งชาติ สำคัญอีกแห่งหนึ่งด้วย ที่ต่อมา Khentii (บ้านเกิดของเจง กีสข่าน) ในบริเวณนี้เป็นดินแดน

บ้านเกิดของเจงกิสข่าน และเป็นดินแดนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอันเก่าแก่ แห่งหนึ่งของชาวมองโกเลียเลยก็ว่าได้ ชาวมองโก ยังคงนับถือเคารพผู้นำยิ่งใหญ่อย่าง เจง กิสข่าน สืบเนื่องเป็นบุคคลอันยิ่งใหญ่ จังหวัดน่าเที่ยว

สถานที่ต่อไปคือ เทือกเขาอัลไต (Altai Mountians) อัลไตเป็นดินแดนภูเขาอันแห้งแล้ง และมีทะเลทราบขนาดใหญ่ อันสวยงามที่ถูกซ้อนภาย ในภูเขาแห่งนี้ ชาวพื้นเมืองที่นี้ ยังคงใช้นกอินทรีย์และเหยี่ยวในการล่าสัตว์

เป็นวิถีดั่งเดิมอีกด้วย สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับเดินป่า และปีนเขา ที่สุดท้ายนั้นก็คือ ทะเลทรายโกบี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมองโกเลีย ติดกับประเทศจีน ด้วยความเงียบสงบ ของธรรมชาติทะเลทราย

จะได้เห็นฝูงอูฐ ละมั่ง หมีโกบี สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่บริเวณทะเลทรายแห่งนี้ นับว่าเป็นความสวยงามที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีสถานที่อีก มากมายของมองโกเลียที่สวยงาม และน่าเที่ยวอย่างแน่นอน ข่าวท่องเที่ยว

มองโกเลีย

อารยธรรมเก่าแก่ ของมองโกเลียเป็นอย่างไร?

ครั้งหนึ่งที่อาณาจักรมองโก รุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ได้เริ่มมีการผสมผสานอารยธรรม ในหลายๆภูมิภาคของอาณาจักรต่างๆ ไม่ว่าจะทางตะวันตกที่เป็นประตูสู่ยุโรป  หรือทางตอนใต้ที่ติดกับประเทศจีน เศษซากอารยธรรม ที่หลงเหลือในยุคราชวงศ์หยวน ของจีนที่ครั้งหนึ่งหลังจากถูก ชาวมองโกเลียยึด ก็ได้สถาปนาราชวงศ์หยวนขึ้นมาใหม่

นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีเชื้อชาติมองโกล ได้ปกครองประเทศจีน สิ่งที่หลงเหลือมาถึง ปัจจุบัน ที่ได้ถูกบันทึกเป็นทะเบียนมรดกโลกอีกด้วย นั้นคือ โบราณสถานซ่างตู ที่แสดงให้เห็นถึง

วัฒนธรรมการเพาะปลูก และการผสมผสานกันระหว่างศิลปะชาวตะวันตกอีกด้วย ความน่าทึ่งของชาวมองโกเลียนั้น คือการที่พวกเขานั้นไม่มีที่อยู่อาศัย เป็นหลักแหล่ง ต้องคอยย้ายถิ่นฐานไปตามฤดูกาล เที่ยวอินเดีย

เพราะอาชีพหลักของชาวมองโกเลียที่นี้ คือการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแพะ ม้า หรือวัว ซึ่งสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ของที่นี้ จะต้องติดตามไปกับ เจ้าของได้ตลอดทุกที่ อีกวัฒนธรรมการเลี้ยงม้า

ที่เรียกได้ว่าสืบทอดมาอย่างยาวนาน คนที่นี้เลี้ยงม้าแบบปล่อย ให้หาอาหารเองตามทุ่งหญ้า จะไม่สร้างคอกเลี้ยงแบบคนยุโรป แต่เลี้ยงแบบปล่อยให้กลมกลืนธรรมชาติ เพราะมีความเชื่อว่าธรรม ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด นั้นถือว่าเป็นอาวุธลับของชาวมองโกเลีย ที่สามารถพิชิตดินแดนต่างๆ 

สรุปในการมาท่องเที่ยวมองโกเลียมีอะไรบ้าง?

มองโกเลียนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อยู่หลายแห่งอย่างมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเทือกเขา ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายวันจากตัวเมืองหลวง สิ่งของที่ต้องเตรียมพร้อม

ก็ต้องมีความพร้อมเบื้องต้น ซะนิดหนึ่ง เพราะการเดินทางค่อนข้างจะ ยากลำบากซะหน่อย เพราะด้วยขนาดพื้นที่อันกว้างใหญ่ ทำให้ใช้เวลานาน ในการเดินทางและอุปสรรคเล็กน้อย เที่ยวไหนดี

เป็นที่ชื่นชอบสำหรับ นักท่องเที่ยวสายผจญภัย  ที่อาจจะต้องลุยฝ่าความยากลำบาก เพื่อที่จะได้พบกับความสวยงาม ของโลกใบนี้ นับว่าเป็นการคุ้มค่าที่ ครั้งหนึ่งเรายอมลำบาก สุดท้ายเราก็จะพบกับสิ่งวิเศษที่สุดในชีวิตก็เป็นได้

จึงทำให้ มองว่าการมาเที่ยวประเทศมองโกเลีย นั้นเหมือนพาเราได้มา สัมผัสอารยธรมโบราณ ในประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่ง เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลับยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม

สิ่งที่เปลี่ยนไปในมองโกเลีย นั้นก็คือวัตถุเพียงอย่างเดียว วัฒนธรรมต่างๆรวมถึงความเชื่อศาสนา เขายังคงยึดถือปฎิบัติกันมาถึงปัจจุบัน หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว แบบธรรมชาติแล้วละก็ ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด 

อีสานน่าเที่ยว