ที่ท่องเที่ยวสวยงาม ดูไบประวัติ เป็นอย่างไร?

ที่ท่องเที่ยวสวยงาม ดูไบนั้น เป็นหนึ่งในรัฐของประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นับว่าเป็นนครรัฐที่ใหญ่ที่สุด ด้วยจำนวนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรกว่า 2 ล้านคน เมืองแห่งนี้นับว่าเป็นเมืองท่า ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่สูงมากขึ้นทุกปีนั้นเอง เป็นที่ถกเถียงกันในกลุ่มนักประวัติศาสตร์

ที่กล่าวถึงที่มาของชื่อดูไบนั้น มาจากรากศัพท์ที่เป็นภาษาเปอร์เซีย แต่บ้างกลุ่มก็เชื่อกันว่ามาจากภาษาอาหรับตามที่ เฟเดล แฮนด์ฮัล นักวิจัยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คำว่า ดูไบ ( Dubai )

น่าจะมาจากคำว่า Daba ( ดาบา ) ดัดแปลงมาจากคำว่า Yadub ซึ่งหมายถึงการคืบคลาน หรือการไหลของน้ำในคลองดูไบนั้นเอง ด้วยความที่ดูไบนั้นมีที่ติดกับชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย เชื่อกันว่าในช่วงปี ค.ศ. 1833 ชนเผ่าบานียาส

ประมาณ 800 คน นำโดยตระกูลมักตูม ซึ่งเป็นต้นตระกูลเชื้อสายของผู้ปกครองนครรัฐนั้นเอง และด้วยที่ตั้งของดูไบนั้น มีความอุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง จากการค้าในระแวกนั้นเอง ต่อมานั้นเองจึงได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางทางการค้า

รวมทั้งการทำการประมงและฟาร์มไข่มุก ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 20 การค้าขายของเมืองแห่งนี้ ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมากได้ดึงดูด นักลงทุนรวมถึงพ่อค้าจากประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวอิหร่านหรืออินเดียนั้นเอง

ต่างเดินทางมาติดต่อค้าขาย ยังเมืองแห่งนี้ที่นับว่ามีจุดดึงดูด เหล่าพ่อค้าต่างๆในดินแดนอาหรับนั้นเอง ถึงแม้การค้าขายจะเจริญก็จริง แต่ทว่าดูไบเองกลับอยู่ใน การอารักขาของอาณานิคมอังกฤษ จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 1971

อังกฤษได้ถอนกำลังออก และได้ปล่อยรัฐต่างๆในบริเวณนี้ จึงทำให้เหล่านครรัฐต่างๆ รวมตัวกันเป็นประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นเอง หลังจากรวมประเทศกันแล้ว ทำให้ดูไบนั้นปรับเปลี่ยนผังเมือง และพัฒนาสร้างสิ่งก่อสร้างมากมาย จนมาถึงปัจจุบันนี้เอง ที่เป็นตัวชี้วัดในความยิ่งใหญ่ และหรูหราของนครแห่งนี้ ที่ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งทองคำ ของภูมิภาคอาหรับกันเลยทีเดียวนั้นเอง

ที่ท่องเที่ยวสวยงาม

ที่ท่องเที่ยวสวยงาม ดูไบมี ความสำคัญอย่างไรในภูมิภาคนี้?

ด้วยที่ตั้งของท่าเรือดูไบนั้นเอง ทำให้การค้าในบริเวณอ่าวเปอร์เซียนั้น เติบโตเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะด้วยดูไบนั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ของประเทศ ทำให้เหมือนเป็นด่านหน้าในการ รับสินค้าและถ่ายสินค้า ส่งต่อไปยังที่อื่นนั้นเอง รวมทั้งยังถือว่าเป็นดินแดน ที่มีอารยธรรมรวมถึงระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่โต ทำให้ประเทศที่อยู่ใกล้บริเวณอ่าวเปอร์เซีย

ต่างได้รับประโยชน์จากการค้าของดูไบนั้นเอง บ้างประเทศอย่างอินเดียเอง ที่อยู่บริเวณเอเชียตะวันออก ยังเดินเรือมาติดต่อค้าขายกับนครรัฐแห่งนี้ เพราะด้วยชื่อเสียงของการค้าของเมืองแห่งนี้

ทำให้่หลายดินแดนต่างเดินทางมาค้าขายด้วยนั้นเอง จากเดิมทีที่นครรัฐแห่งนี้ เป็นเพียงทะเลทรายว่างเปล่า ติดกับชายฝังอ่าวเปอร์เซีย และจากจุดเริ่มต้นของคนรวมกันเพียงไม่กี่ร้อย ได้ขยายมาเป็นเมืองที่เรียกได้ว่า

ยิ่งใหญ่อย่างมากในโลกของอาหรับ และยังต่อเติมธรรมชาติเพื่อให้ง่าย ต่อการดำรงชีพอย่างการ ขุดคลองดูไบที่เอาไว้ให้ เรือขนาดยักษ์ได้เข้ามาค้าขายได้ รวมถึงการสร้างระบบสาธารณสุขในประเทศ ประเทศในแถบอาหรับนั้น

พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นทะเลทราย จึงทำให้ไม่มีแหล่งน้ำโดยธรรมชาติ เหมือนกับประเทศอื่นๆ รวมถึงดูไบเองที่ไม่มีโอเอซิสกลางทะเลทราย แต่ก็สามารถจัดการเรื่อง ระบบน้ำและสาธารณูปโภคได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ถึงแม้จะมีทะเลทรายล้อมรอบ แต่ก็อุดมไปด้วยต้นหญ้าป่า และต้นอินทผลัมซาอุ ( Date Palm ) อีกทั่งยังมีต้นไฮยาซินธ์ขึ้นจำนวนมาก ในบริเวณที่ราบซับกาห์ทางตะวันออกของเมืองนั้นเอง ด้วยความอุดมสมบูรณ์นี้เอง ทำให้ดูไบนั้นเป็นมากกว่า ท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญนั้นเอง

ที่ท่องเที่ยวสวยงาม ดูไบสถานที่ท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?

ดูไบนับว่านครรัฐแห่งหนึ่ง ที่มีความยิ่งใหญ่และหรูหราเป็นอย่างมาก ด้วยนวัตกรรมและสถาปัตยกรรม อันยิ่งใหญ่นั้นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของที่นี้นับตั้งแต่เข้าสู่ ศตวรรษที่ 20 ดูไบได้พัฒนาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้เปลี่ยนให้เมืองท่าแห่งนี้ เป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ที่มีความหรูหราและสิ่งแปลกตา หาที่ไหนในโลกแล้วไม่ได้นั้นเอง ด้วยโรงแรมจำนวนมากที่เป็น

สถานที่ท่องเที่ยวดึงดูดผู้คน และความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครที่ไหนในโลกนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวแรกคือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Dubai Mall Aquarium นับว่าเป็นสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก เลยก็ว่าได้ที่คุณจะได้สัมผัส

โลกใต้ท้องทะเลที่เต็มไปด้วย สัตว์น้ำนาๆชนิดกว่า 65,000 ชนิดเลยทีเดียว และได้รับบันทึกกินเนสบุ๊คว่า เป็นตู้กระจกอคริลิกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนั้นเอง  ด้วยความใหญ่โตของที่นี้นั้น ได้พาให้ใครหลายคนรวมถึงเด็กๆ

มาเพลิดเพลินกับการเดินชม สัตว์น้ำนานาชนิด ที่แหวกว่ายอยู่รอบตัวเรานั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบชมสัตว์น้ำแล้วละก็ จะต้องหลงรักที่นี้อย่างแน่นอน นับว่าเป็นโปรเจกขนาดใหญ่ ที่เอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของดูไบในการสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่นั้นเอง สถานที่ต่อไปคือ Ski Dubai ( สกี ดูไบ ) นครรัฐแห่งนี้นอกจากที่ล้อมไปด้วย ทะเลทราย ที่แห่งนี้ยังมีลานสเก็ตน้ำแข็ง

ไว้ให้เหล่านักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบการไถสเก็ตลงมาจากภูเขา ด้วยห้องจำลองขนาดใหญ่ที่สุด จากสิ่งถูกสร้างนั้นเอง นอกจากนี้บรรยากาศภายในยัง หนาวเสมือนการมาเล่นสกีน้ำแข็งจริงๆนั้นเอง ทำให้เราได้สัมผัสอากาศหนาว

ในดินแดนตะวันออก ที่มีอากาศร้อนกว่า 50 องศานั้นเอง นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่เหล่านักท่องเที่ยวชื่นชอบมาเล่นกันที่นี้ เพราะด้วยความแปลกใหม่ของที่นี้นั้นเอง ภายในลานหิมะนั้นมีร้านคาเฟ่ ที่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ทางเหนือ

ของยุโรปเลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกโปรเจคหนึ่งของดูไบ ที่มีความยิ่งใหญ่มากเลยทีเดียว เราไปกันต่อที่ Burj Khalifa หรือ บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ตึกแห่งนี้นับว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ได้ล้มแชมป์อย่างตึก ไทเป 101 ลงไปนั้นเอง

ด้วยความสูงจากตึกนี้นั้นเอง ได้พาให้เราได้เห็นทั่วทั้งชั้นบรรยากาศ ของดูไบและสัมผัสกับหมู่เมฆที่ลอย อยู่ร่วมกับชั้นบรรยากาศนี้นั้นเอง ช่วงเวลาที่ควรมาดูนั้นก็คือ ช่วงเวลาพระอาทิตย์กำลังจะตก นับว่าเป็นสิ่งที่วิเศษอย่างมาก

หากได้มาชมความสวยงามของท้องฟ้า ที่กำลังลับไปนั้นเอง อีกทั้งความโดดเด่นของสถาปัตยกรรม ของตึกนี้มีรูปทรงแบบในเรขาคณิต ที่มีลักษณะเป็นตัว Y ทำให้โครงสร้างนั้นมีความแข็งแรงและมั่นคงนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นไม้ ที่ทนต่อสภาพอากาศร้อน ไว้ยังชั้นบนสุดของตึกเลยทีเดียว ทำให้การมาเที่ยวชมที่แห่งนี้ ยิ่งมีความสิ่งที่น่าตื่นเต้นนั้นเอง

สถานที่สุดท้ายคือ ตลาดพื้นเมือง Souk Madinat ดูไบ ที่แห่งนี้มีความโรแมนติกเป้นอย่างมาก เพราะมีการผสมผสานศิลปะ สไตล์อาหรับตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดแห่งนี้จึงมีเอกลักษณ์ ของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร

อีกทั้งมีคลองล้อมรอบให้ความรู้สึก เวนิชในตะวันออกกลาง อีกทั้งยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้ามากมาย รวมถึงได้ริ้มรสชาติอาหาร ที่มีเอกลักษณ์ตามสไตล์ของชาวอาหรับ และร้าน อื่นๆที่ขายวัฒนธรรมอื่นๆ

นับว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ ส่งออกวัฒนธรรมในแบบอาหรับ ทำให้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวของดูไบไม่ได้มีเ้พียงแค่นี้ ยังมีอีกมากมายที่เป็นสัญลักษณ์แห่งหนึ่ง ของเมืองแห่งนี้ที่ถือได้ว่าเป็นคอนเซ็ป แห่งความอลังการงานสร้างนครแห่งนี้ ที่เปรียบอย่างกับสวรรค์บนทะเลทรายนั้นเอง 

ที่ท่องเที่ยวสวยงาม

ปัจจุบันดูไบเป็นอย่างไร?

นับว่าเป็นเมืองที่มีความร่ำรวยและหรูหราเป็นอย่างมาก หลังจากที่ดูไบและรัฐอื่นๆใกล้กัน ได้รวมตัวกันเป็นประเทศ ดูไบเองก็ได้เร่งพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ที่เป็นเอกเทศไม่ได้อยู่ภายใต้ อาณัตของอังกฤษเหมือนในอดีตนั้นเอง ด้วยที่เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่ ค้าขายมาอย่างยาวนาน ทำให้เมืองแห่งนี้ เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติ

ที่ถือว่าเป็นสินค้าหลักในการส่งออก อย่างน้ำมันนั้นเองที่เหมือน เป็นเชื้อเพลิงที่ทั่วโลกต้องการนั้นเอง และด้วยความที่เมืองแห่งนี้มั่งคั่งนั้นเอง ทำให้แผนการพัฒนาเมือง และปรับเปลี่ยนแผนผังใหม่ ทำให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ที่ดึงดูดผู้คนทั่วทั้งโลกให้มาสัมผัส กับความยิ่งใหญ่ของดูไบแห่งนี้นั้นเอง

สรุปการท่องเที่ยวในดูไบเป็นอย่างไร?

ดูไบนั้นว่าเป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งสิ้น ความยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนทะเลทรายแห่งนี้ ทำให้หลายคนที่เคยจินตนาการ ดินแดนอาหรับที่มีแต่ความแห้งแล้ง ปัจจุบันนั้นเมืองแห่งนี้นับว่ามีความก้าวหน้า

และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะด้วยสถาปัตยกรรมรวมถึงนวัตกรรม ใหม่ที่เกิดขึ้นในนครรัฐแห่งนี้นั้น มีแต่สิ่งของที่เป็นอนาคตทั้งนั้น จึงทำให้ใครหลายคนที่อยากสัมผัส กับความไฮโซและความยิ่งใหญ่ จะต้องชอบดูไบอย่างแน่นอน เพราะที่นี้ตอบโจทย์ในเรื่องการท่องเที่ยว เป็นอย่างดีนั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ในแบบตะวันออกแล้วละก็ ไม่ควรพลาดดูไบแห่งนี้นั้นเอง

จึงทำให้ มองว่า ดูไบ เป็นนครรัฐแห่งหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีความร่ำรวยมากที่สุดอีกด้วย ทำให้ความยิ่งใหญ่ของเมืองแห่งนี้ เติบโตมาอย่างก้าวกระโดด และเป็นที่น่าจับตาของนักลงทุน จากต่างประเทศหลายๆที่นั้นเอง ด้วยการพัฒนาแผนผังเมือง รวมถึงระบบต่างๆในสาธารณะชุมชน และผู้คนในเมืองแห่งนี้ นับว่ามีรายได้หัวเฉลี่ยที่สูงกันนั้นเอง ด้วยความแปลกใหม่ของที่นี้ ทำให้นครดูไบนั้นมีความน่าสนใจ และเป็นที่รู้จักของคนไปทั่วทั้งโลกนั้นเอง 

ที่ท่องเที่ยวประหยัด

lol esport

เที่ยวไหนดี